นักดนตรีหนุ่มผวา เจอ 3 คนร้ายดักหาเรื่อง สุดงงไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

นักดนตรีหนุ่มผวา เจอ 3 คนร้ายดักหาเรื่อง สุดงงไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

View icon 53
วันที่ 19 พ.ค. 2567 | 14.31 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นนทบุรีอันตราย นักดนตรีหนุ่มเจอ 3 คนร้ายดักรอทำร้ายหน้าร้านอาหาร เตรียมการมาอย่างดี สุดงงไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มั่นใจไม่เคยมีเรื่องกับใคร คาดโดนว่าจ้างมา ยันเอาผิดให้ถึงที่สุด    

นักดนตรี วันนี้(19 พ.ค.2567) เมื่อเวลา 09.00 น. นายนนทชัย อายุ 38 ปี อาชีพนักดนตรี (ผู้เสียหาย) ได้นำหลักฐานมาร้องสื่อมวลชน หลังถูกคนร้ายเป็นชาย 3 ราย มาจอดรถดักรอทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านราชพฤกษ์ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2567 แจ้งความไว้ที่ สภ.บางศรีเมือง

โดยเหตุการณ์นี้ มรผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า กรุณาอ่านให้จบ ผมโดนทำร้ายร่างกาย แจ้งเหตุ กรุณาคอมเม้นอย่างมีสติ ห้ามพาดพิงบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้น มีชายนิรนามไม่ทราบชื่อ ขับรถไม่มีเลขทะเบียน มาดักรอหน้าร้านถึง 3 คน มีอาวุธครบมือ น่าจะเป็นมีดเล็กๆ และกระบองเล็กๆ ปืนไม่แน่ใจ … และที่ผม งง คือ คนร้าย รู้ว่าผมมาทำงานที่นี่ได้อย่างไร และวนมา 2-3 รอบ มาดักรอเวลาพอดี... ดูจากลักษณะเหมือนจะถูกจ้างวานมามากกว่า เพราะไม่เคยมีปัญหากับ 3 คนนี้และไม่รู้จักกันมาก่อน โชคดีที่ผมจอดรถหน้าร้านที่สว่าง ๆ และ ผจก. ร้านเดินออกมาพอดี จึงโดนมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเกิดผมไปจอดที่มืดๆ อาจจะโดนหนักกว่านี้แน่นอน ผมไม่เคยมีปัญหากับคนร้าย 3 คนนี้มาก่อน และไม่ทราบว่าเค้าเป็นใครมาจากไหน ผมลงรถก็เข้ามาพยายามร้ายเลย อยากให้ทุกคนช่วยเป็นหูเป็นตา เพราะอนาคต จะมีมาดักแบบนี้ หรือเกิดเหตุอีกเมื่อไหร่ก็ไม่แน่ใจ ใครมีที่เบาะแส หรืออะไรที่เกี่ยวโยง มีใครทักมาถามโอ้ทำงานที่ไหน ส่งหลังไมค์มาได้นะครับ อยากให้ทุกคนช่วยผม ผู้หลักผู้ใหญ่ท่านใด หรือเจ้าหน้าที่ท่านใด ที่พอจะช่วยผมได้ อยากจะขอรบกวน ขอความช่วยเหลือ ให้ผมสักนิดด้วยนะครับ ฝากแชร์ด้วยนะครับ ต้องขอบคุณ ผจก. ร้าน ที่ออกมาช่วยผมในวันนั้นด้วยครับ เหตุเกิดวันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม 67 เวลา 20.00 น.

ภาพจากกล้องวงจรปิด วันที่ 16 พ.ค. 2567 เวลา 19.39 น. จับภาพรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถหน้าร้านอาหาร จากนั้นผู้เสียหายขับรถเข้ามาจอด และเดินลงจากรถ คนร้ายได้ขับรถย้ายมาจอดใกล้รถของผู้เสียหาย มีชายรูปร่างผอมสูง 1 ราย ใส่เสื้อสีฟ้า ได้เดินลงมาจากรถและพุ่งเข้าไปจะทำร้าย โดยในมือมีอาวุธคล้ายมีด ก่อนจะมีการพูดคุยกับผู้เสียหาย ผู้เสียหายได้ยกมือไหว้ และมีชายอีก 2 ราย เดินลงมาจากรถ 1 ราย ยืนดูลาดเลา ส่วนอีก 1 ราย เป็นคนขับรถ ใส่เสื้อสีขาว รูปร่างท้วม เดินเข้ามาแตะไหล่ผู้เสียหายและต่อยอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกกับรถ ก่อนขึ้นรถขับออกไป

นายนนทชัย (ผู้เสียหาย) กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ไปทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านราชพฤกษ์ พอจอดรถเดินลงมา มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน รูปร่างสูง เดินลงจากรถตามมา ตอนแรกตนนึกว่าเป็นลูกค้าที่ร้าน แต่สังเกตเห็นที่มือคล้ายมีอาวุธมีดเล็กๆ เข้ามาจะทำร้ายตน ตนเลยหลบและถามว่า “ทำอะไร ตนไม่เคยทำอะไรให้ใคร ผิดตัวหรือเปล่า” พร้อมยกมือไหว้ ซึ่งคนร้ายบอกกับตนว่า “ไปทำอะไรใครไว้ กวนตีนใครมา เมื่อวานไปขับรถปาดหน้าใครหรือเปล่า” ตนรู้สึกว่ามันไม่ใช่เพราะถ้าตนขับรถไม่ดีคงมีเรื่องเดี๋ยวนั้น คงไม่มาตามหาเรื่องตนอีกวัน ที่สำคัญคือรู้ที่ทำงานของตนด้วย ซักพักมีคนร้ายเดินลงมาจากรถอีก 2 คน คนขับรถรูปร่างท้วมๆ เดินเข้ามาหาตนและบอกว่าสงสัยผิดตัว ทำให้ตนตายใจก่อนจะเข้ามาเอามือแตะไหล่แล้วอาศัยทีเผลอต่อยตนกระเด็นไปกระแทกกับรถ ซึ่งต่อยโดนใบหน้าตนอย่างแรง ทำให้ตนกระเด็นไปไกล คาดว่าข้อเท้าน่าจะพลิก บวมแดง จากนั้นคนร้ายทั้ง 3 คน ก็ขึ้นรถขับออกไป ตนพยายามมองเลขทะเบียนรถแต่ไม่มี เลยค่อนข้างมั่นใจว่ามีการเตรียมการและถูกว่าจ้างมา ตนยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหากับใคร ไม่เคยสร้างปัญหาให้ใคร คนร้ายทั้ง 3 คน ตนไม่เคยเจอหน้าและไม่รู้จัก

ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า ได้รับบาดเจ็บตรงริมฝีปากแตก แก้มแตกเล็กน้อย และข้อเท้าบวม อยู่ระหว่างรอผลตรวจจากแพทย์ หลังเกิดเหตุตนวิตกกังวลมาก ไม่รู้จะมารูปแบบไหนอีก ตนค่อนข้างตกใจเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ คนร้ายลงจากรถและพุ่งมาที่ตนเลย ตอนนี้กังวลและค่อนข้างระวังตัวมาก ตนได้กลับไปขอกล้องวงจรปิดที่ร้าน ตอนนี้อยู่ระหว่างตำรวจรับเรื่องและดำเนินคดีให้ ตนยังไม่แน่ชัดว่าคนว่าจ้างเป็นใคร เพราะไม่เคยมีปัญหากับใคร ถ้าให้พูดถึงอยากบอกกับคู่กรณีว่าการกระทำแบบนี้มันรุนแรงและรับไม่ได้ ถ้าตนทำผิดกับใครหรือมีปัญหากับใคร มาพูดกับตนโดยตรง โทรมาหรือคุยกันได้ ทั้งชีวิตตนไม่เคยมีเรื่องกับใคร พี่ๆน้องๆรู้จักดี ตอนนี้คงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานให้เต็มที่ ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด