แฉยับธุรกิจใหญ่ ผู้เสียหายร้องเอาผิดบริษัทขายตรง

View icon 147
วันที่ 11 ต.ค. 2567 | 07.01 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - มาที่เรื่องใหญ่ใกล้ตัวของคนที่หวังทำมาหากิน หารายได้เลี้ยงปากท้อง แต่ใครจะคาดคิด อุตส่าห์เชื่อบุคคลมีชื่อเสี่ยง แต่จู่ ๆ จากนักลงทุน กลายเป็นเหยื่อหรือไม่ เพราะเงินทุนที่ลงไปก็หาย กำไรก็ไม่มี บางคนชีวิตพัง จนต้องพร้อมใจกันพาเหรดเข้าร้องทุกข์เอาผิดกับผู้ชักชวนที่เกี่ยวข้องทั้งระบบกันอย่างเนืองแน่น

ผู้เสียหายสุดทน หลังจากร่วมลงทุนในธุรกิจขายตรงกับบริษัทชื่อดัง ซึ่งมีดารา พิธีกร นักแสดงดูน่าเชื่อถือ แต่วันนี้ชีวิตของผู้เสียหายหลายสิบคนกลับไม่ประสบความสำเร็จ มีหนี้หลังร่วมธุรกิจ จึงพร้อมใจกันเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม และให้ปากคำเพิ่มที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. โดยมี ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมและเพจชื่อดังให้ความช่วยเหลือ

ผู้เสียหายบอกลงทุน 200,000 บาท แต่มีรายได้เพียง 400 บาทต่อปี แบบนี้จะอยู่อย่างไร ยิ่งผู้เสียหายบางคนยังบอกด้วยว่า เข้าไปช่วงแรก ๆ จะถูกชักชวนให้ลงสินค้าเปิดบิล 2,500 บาท และเหมือนจะมีคนซื้อดี

แต่พอลงทุนเพิ่มกลายเป็นว่า การค้าขายก็เริ่มสะดุด แถมมีการบังคับให้เข้าคอร์สเรียนที่ต้องเสียเงิน หนำซ้ำทางรอดเดียวที่บริษัทแนะนำคือ ให้ไปหาลูกทีมเพิ่ม เพื่ออาศัยผลกำไรจากลูกทีม ไม่ให้การลงทุนสูญเปล่า

ด้านเครือข่ายทนายรณณรงค์ ยังบอกว่า จริง ๆ มีผู้เสียหายอีกกว่า 500 คน ที่ถูกหลอกขายฝันในครั้งนี้ คาดจะมีมาเพิ่มอีกเรื่อย ๆ พร้อมกับจะยื่นเรื่องให้ตำรวจช่วยตรวจสอบเพิ่มว่ามีความผิดในด้านใดบ้าง เพื่อเตรียมเอาผิดให้ถึงที่สุด

ไม่เพียงชุดแรก ที่มา บก.ปคบ. ยังมีทั้งผู้เสียหายอีกหลายสิบคน ที่ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์, ต้นอ้อ มูลนิธิเป็นหนึ่ง และนายแทนคุณ จิตต์อิสระ นำทีมคล้ายกับพร้อมใจแท็กทีมกันมาร้องทุกข์เพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้องไม่ให้ลอยนวล

เช่นเดียวกับที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ 2-3 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ ปี 2563 เคยมีผู้เสียหายมาร้องเรียน 15 คน ไกล่เกลี่ยไปแล้ว 13 คน ส่วน 2 คน อยู่ระหว่างดำเนินการ

ทาง สคบ. ยังเผยด้วยว่า ธุรกิจดังกล่าวยื่นขอจดทะเบียนประกอบกิจการเป็นตลาดแบบตรง ในปี 2562 ขายสินค้าเน้นออนไลน์ และในปี 2565 มาขอจดทะเบียนใหม่ เป็นธุรกิจขายตรง แต่เงื่อนไขไม่ผ่าน สคบ. จึงไม่อนุญาต

"ตลาดแบบตรง" ไม่ใช่ธุรกิจ "ขายตรง" ซึ่ง 2 ธุรกิจนี้ มีความแตกต่างกัน ธุรกิจตลาดแบบตรง คือใช้สื่อเป็นตัวขาย มีคนมาซื้อผ่านสื่อ ผู้ซื้ออาจจะเป็นผู้บริโภค หรือผู้ประกอบธุรกิจร่วมก็ได้ ธุรกิจแบบนี้จะมีรายได้จากส่วนแบ่ง ยิ่งซื้อมากต้นทุนยิ่งถูก ต่างจากธุรกิจขายตรง จะมีลูกทีมช่วยขาย ยิ่งขายได้มาก จะมีรายได้มาก

และตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าธุรกิจของบริษัทนี้เข้าข่ายความผิดในฐานธุรกิจแบบขายตรงหรือไม่ ที่สำคัญต้องดูว่าเข้าข่ายการฉ้อโกงด้วยหรือเปล่า ซึ่งสัปดาห์นี้ จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริษัทดังกล่าว สัปดาห์หน้าจะเรียกดารา อินฟลูอินเซอร์ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล หากเข้าข่ายความผิดทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อก็ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย

ทั้งนี้ หากธุรกิจดังกล่าวพบความผิดจริง คนที่มีตำแหน่งเป็นประธาน และคณะกรรมการ จะถือว่ามีความผิดแน่นอน ส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่มีการพูดเชิญชวน ต้องพิจารณาอีกทีว่าเข้าข่ายเจตนาชักชวนให้เชื่อหรือไม่

หลังผู้เสียหายออกมาทวงความยุติธรรม ทางเพจฯ ของบริษัทก็เคลื่อนไหว แจ้งยกเลิกกิจกรรมทั้งหมดในเดือนตุลาคมนี้ โดยไม่ระบุสาเหตุ และจะประกาศกำหนดการใหม่อีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง