เสนออธิบดี DSI เซ็นรับคดี "ดิไอคอนกรุ๊ป" เป็นคดีพิเศษ เข้าองค์ประกอบความผิดแชร์ลูกโซ่

เสนออธิบดี DSI เซ็นรับคดี "ดิไอคอนกรุ๊ป" เป็นคดีพิเศษ เข้าองค์ประกอบความผิดแชร์ลูกโซ่

View icon 236
วันที่ 29 ต.ค. 2567 | 12.13 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
มติเอกฉันท์ "ดิไอคอนกรุ๊ป" เข้าองค์ประกอบความผิดแชร์ลูกโซ่ เสนออธิบดีดีเอสไอเซ็นรับเป็นคดีพิเศษ

วันนี้ (29 ต.ค.67) ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยหลังประชุมรับฟังข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานคดีดิไอคอนกรุ๊ป โดยระบุว่า พยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวน บก.ปคบ. นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการรับคดีพิเศษ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ ว่าคดีดิไอคอนฯ เข้าองค์ประกอบความผิด พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่ บ่ายวันนี้ (29 ต.ค.67) จะเสนออธิบดีดีเอสไอ เซ็นรับเป็นคดีพิเศษ

หลังมีมติรับเป็นคดีพิเศษ ไม่มีนับหนึ่งใหม่ แต่นับ 9 เลย หลังจากนี้ทำงานร่วมกับตำรวจอย่างใกล้ชิด เชิญผู้เชี่ยวชาญทุกด้าน ร่วมเป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษ วิเคราะห์เส้นทางการเงิน องค์ประกอบการเสียภาษี หลังการสอบสวนและแจ้งข้อหาเพิ่ม ผัดฟ้องฝากขังจะขยายจาก 4 ฝาก เป็น 7 ฝาก

สำหรับผู้ต้องหาล็อดตสอง รองอธิบดีดีเอสไอ ระบุว่า เส้นทางการเงินจะบอกเองว่าใครเป็นผู้รับผลประโยชน์ ใครเป็นตัวการร่วม ขณะนี้เริ่มเห็นแนวทางการต่อสู้ของฝ่ายผู้ต้องหา ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวถึงทรัพย์ของกลางที่เป็นเครื่องประดับคล้ายทองคำและนาฬิกาแบรนด์เนมที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นของปลอม รองอธิบดีดีเอสไอ ระบุว่า ไม่ว่าทรัพย์ของกลางจะเป็นข้อแท้หรือของปลอมก็เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน กรณีเป็นของแท้ ข้อดีคือทำให้ผู้เสียหายได้เฉลี่ยทรัพย์คืนได้มากขึ้น แต่หากเป็นของปลอม ก็ยึดเป็นของกลาง โดยตั้งข้อสันนิษฐานว่า การสะสมนาฬิกาไม่แท้ อาจมีไว้เพื่อจัดฉากหลอกลวงประชาชน ประกอบธุรกิจได้ผลกำไรดีสามารถนำไปซื้อสินค้าแบรนด์เนม

ด้าน พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก.กล่าวว่า คดีนี้เมื่อสอบสวนไปได้ 5 วัน พบมีการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และมีพฤติการเตรียมหลบหนี หลังการจับกุมผู้ต้องหา การตรวจสอบเส้นทางการเงิน และพยานบุคคลกว่า 8 พันปาก พบหลักฐานเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ (พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน) เนื่องจากมีแผนธุรกิจ มีการโฆษณาให้มาทำอะไร โดยคดีเข้าลักษณะเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษ คือ ผู้เสียหายเกิน 300 คน และความเสียหาย 100 ล้านบาทขึ้นไป จึงต้องส่งสำนวนมาให้ดีเอสไอ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องอำนาจการสอบสวน การส่งสำนวนเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่การโยนภาระไปให้ดีเอสไอ โดยเป็นการส่งมอบพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ โดยเป็นคดีที่แยกต่างหากจากคดีฟอกเงิน