เจาะประเด็นข่าว 7HD - วันนี้ พาไปดูส่วนหนึ่งของยุทธการ "อรัญฯ 68 SEAL BORDER" ที่ตำรวจภูธรภาค 2 กำลังใช้กดดันจัดการแก๊งคอลเซนเตอร์ อุดช่องทางข้ามไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านอย่างผิดกฎหมาย
เป็นหนึ่งในปฏิบัติการ ที่ตำรวจแฝงตัวอ้างเป็นแอดมินเว็บฯ พนัน จะไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นก็วางแผนล่อ จ่ายเงินไปหัวละ 7,000 บาท ให้กับ "เจ๊ ม." และ "ตา ท." เพื่อเป็นค่าผ่านประตูบ้าน จะได้เดินทางข้ามไป ก่อนจะเจอกับถนนลูกรัง มุ่งหน้าทางคลองพรมโหด อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นคลองที่กั้นเขตแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งตรงจุดนี้ที่ตำรวจได้แสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวนขยายผล
อีกปฏิบัติการ มีหญิงสาวที่ถูกชวนไปทำงานเช่าบัญชี เพื่อทำเว็บฯ พนัน แต่กลับถูกหลอกไปทำบัญชีม้า ถูกขังอยู่ในห้องพักเล็ก ๆ แคบ ๆ นอนแออัด รอคนในแก๊งมาเรียกตัวไปสแกนหน้าเพื่อโอนเงิน
พอบัญชีถูกบล็อก แก๊งคอลเซนเตอร์ก็ยังไม่ปล่อยตัวกลับ เธอต้องไปประสานขอความช่วยเหลือกับทางการกัมพูชา ถึงจะกลับมาไทยได้ และตัดสินใจมาให้เบาะแสกับเจ้าหน้าที่ไทย เพื่อนำไปใช้จัดการกับแก๊งพวกนี้ ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็อยู่ระหว่างการขยายผลต่อเนื่อง
ที่จังหวัดอุดรธานี มีปฏิบัติการบุกทลายห้องเช่าซุก SIM box กลางตัวเมืองอุดรฯ จับกุมหญิงชาวไต้หวัน อายุ 41 ปี ได้ พร้อมของกลางเครื่อง SIM box 6 เครื่อง ซึ่งข้อมูลทางการสืบสวน พบว่าทั้ง 2 คน เข้ามาติดตั้งอุปกรณ์ และเตรียมที่จะหลบหนี ซึ่งหนีไปได้คนเดียวคือ ชายชาวไต้หวัน อายุ 27 ปี ที่อยู่ในภาพวงจรปิด
ส่วนที่กรุงเทพฯ ก็มีการขยายผลจับ SIM box ได้เพิ่มอีกจุด อยู่ภายในซอยรามคำแหง 24 ก่อนไปจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน อายุ 24-27 ปี ที่เป็นคนนำ SIM box ไปติดตั้ง ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งจากการซักถาม เจ้าตัวอ้างว่ามีคนชาวต่างชาติ ว่าจ้างให้นำอุปกรณ์ไปติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ แลกกับค่าจ้างจุดละ 25,000 บาท ซึ่งก็ยังติดตั้งไม่ครบ มาถูกจับกุมได้ก่อน เบื้องต้นจุดนี้ยึดของกลางได้ 10 เครื่อง
ขณะที่ชุดสืบสวนนครบาล บุกจับ นางหลู่ ชาวจีน ผู้ต้องหาชาวตามหมายจับตำรวจสากล ที่ประเทศจีนออกหมายจับไว้ เพราะเป็นคนคอยจัดการเรื่องพาคนลักลอบข้ามชายแดน ให้หลบหนีเข้ามากบดานในไทย โดยไปจับกุมเจ้าตัวได้ที่หน้าบ้านพักในตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
โดยตำรวจมีข้อมูลว่า นางหลู่ อยู่ในขบวนการพาคนจีนข้ามแดนไปยังต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยอ้างว่าจะพาไปประเทศที่เจริญแล้ว แต่สุดท้ายกลับพาไปประเทศอื่น เช่น กัมพูชา จนมีผู้เสียหายจำนวนมาก ที่ถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยหลังจากนี้ จะประสานสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนต่อไป
ส่วนที่จังหวัดสระแก้ว ที่เพิ่งนำเสนอข่าวไปว่า ตอนนี้สถานการณ์แก๊งคอลเซนเตอร์ กำลังเคลื่อนย้ายฐานกันไปทางตรงข้ามจังหวัดกาญจนบุรี หน่วยงานความมั่นคงก็มีประชุม เพื่อกำชับใช้มาตรการตรวจสอบบุคคลเดินทางเข้า-ออกไทย ที่สงสัย หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมถึงกำชับไม่ให้เจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ พูดง่าย ๆ ต่อให้มีการข่าวมาแบบนั้น แต่ก็จะไม่ประมาท ยังต้องเฝ้าระวังเข้มงวดต่อไป