เวลา 17.08 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินถึงยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9, แม่ทัพภาคที่ 4, ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ข้าราชการ และประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
เวลา 17.23 น. เสด็จพระราชดำเนินถึงยังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
จากนั้น ทรงเปิดอาคารวิจัย นวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ซึ่งเป็นอาคารสนับสนุนงานวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์แบบครบวงจร ความสูง 14 ชั้น เริ่มก่อสร้างปี 2562 แล้วเสร็จปี 2566 ประกอบด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวกับการสนับสนุนและบริหารวิจัย อาทิ ศูนย์วิจัยการแพทย์ปริวรรต เชื่อมโยงงานวิจัยทางคลินิกและวิทยาศาสตร์พื้นฐาน มีธนาคารชีวภาพ เพื่อจัดเก็บตัวอย่างทางชีวภาพ ได้แก่ ตัวอย่างชิ้นเนื้อ เลือด และสารคัดหลั่ง ของอาสาสมัครอย่างเป็นระบบ ได้มาตรฐาน ถูกต้องตามหลักจริยธรรม เพื่อใช้วิจัยทางการแพทย์ในอนาคต, ห้องปฏิบัติการกลุ่มวิจัยโรคติดเชื้อ และเชื้อก่อโรคอุบัติใหม่ รองรับการศึกษาวิจัยในกลุ่มโรคติดเชื้อ หาแนวทางการรักษา ป้องกัน การพัฒนาวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพ และห้องปฏิบัติการวิศวกรรมชีวการแพทย์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ เป็นพื้นที่ระบบนิเวศวิจัยที่สำคัญ สำหรับการวิจัยและการเรียนการสอนในระดับปฏิบัติการของหลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์ ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกของประเทศที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนแพทย์ มุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมระดับสูง เพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุข ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการวิศวกรรมชีวการแพทย์ด้านต่าง ๆ
จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรในราชอาณาจักรไทย" พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้พระราชทานเงิน 80 ล้านบาท ที่ประชาชนร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และรายได้จากการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว "สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์" แก่โรงพยาบาลฯ เพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โดยเฉพาะอุปกรณ์รักษาผู้ป่วยมะเร็ง 5 รายการ ได้แก่ เครื่องตรวจอวัยวะด้วยสารรังสีและเอกซเรย์คอมพิวเตอร์, เครื่องเอกซเรย์เต้านม ระบบดิจิทัลแบบ 3 มิติ, เครื่องเอกซเรย์ทั่วไปแบบดิจิทัล, เครื่องอัลตราซาวด์ และเครื่องเอกซเรย์ดิจิทัลแบบเคลื่อนที่ เพื่อรองรับและยกระดับการรักษาผู้ป่วยมะเร็งในภาคใต้
นิทรรศการนวัตกรรมเซลล์บำบัด "PSU CD19 CAR-T cell" หนึ่งในการวิจัยที่โดดเด่น เป็นประโยชน์กับผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และโรคแพ้ภูมิตนเองที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบมาตรฐาน ให้มีโอกาสหาย หรือทำให้โรคสงบได้นานขึ้น ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้คิดค้นขึ้น โดยทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดทีลิมโฟไซต์ มีคุณสมบัติสร้างตัวรับเฉพาะที่สามารถจดจำและกำจัดเซลล์มะเร็งในร่างกายของผู้ป่วยได้เอง ซึ่ง CAR-T cell จะถูกกระตุ้นให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น และอยู่ในร่างกายผู้ป่วยได้นาน ทำให้มีประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดี
ในปี 2567 มีการต่อยอดการรักษาในผู้ป่วย 11 คน ทุกคนมีอัตราการตอบสนองแบบหายขาด มีผลแทรกซ้อนน้อย ได้มาตรฐานเทียบเท่าต่างประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ประมาณ 15-16 ล้านบาทต่อคน ทำให้ผู้ป่วยในประเทศไทยไม่สามารถเข้าถึงการรักษาชนิดนี้ได้
การพัฒนา PSU CD19 CAR-T cell ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จทางการแพทย์ แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพของบุคลากร ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ มีพันธกิจสนับสนุนและส่งเสริมงานวิจัยทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มีคุณภาพระดับสากล บนพื้นฐานของวัฒนธรรมการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อนำองค์ความรู้มาพัฒนาคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้