ภูมิธรรมลงพื้นที่อรัญฯ ลุยแก๊งคอลเซนเตอร์ ประสานปล่อยตัวเหยื่อ 53 คน

ภูมิธรรมลงพื้นที่อรัญฯ ลุยแก๊งคอลเซนเตอร์ ประสานปล่อยตัวเหยื่อ 53 คน

View icon 266
วันที่ 12 ก.พ. 2568 | 10.39 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ภูมิธรรมลงพื้นที่อรัญฯ ลุยแก๊งคอลเซนเตอร์ฝั่งเขมร ส่วนเมียนมา ประสานปล่อยตัวเหยื่อ 53 คน ย้ำไทยไม่ตั้งศูนย์อพยพ ส่งมายืนยันตัวตนได้ก็ส่งกลับทันที พร้อมเผย สั่งย้ายนายตำรวจ 5 คน ขาดกันอย่างเดิม พร้อมตั้งกรรมการสอบ ยืนยันให้ความเป็นธรรม จนกว่าจะมีข้อเท็จจริงปรากฏ

(12 ก.พ.68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  และนายสรวง เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทาง ไปยังอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตาม สถานการณ์ตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา และแนวทางปฏิบัติในการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ

โดยนายภูมิธรรม ระบุว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ไว้เกือบทั้งหมดแล้ว อย่างเช่นรายงานข่าวเรื่อง ตึก 25 ชั้น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ปล่อยปะละเลย วันนี้ จะลงพื้นที่ไปดูด้วยตัวเอง เพื่อรับทราบรายละเอียดหน้างานก่อนที่จะจะมีการลงคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง

ส่วนการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว และทราบว่าในพื้นที่มีโอเปอร์เรเตอร์ผู้ให้สัญญาณโทรศัพท์ 3 ราย ก็ได้เรียกมาพูดคุยกันแล้ว

ขณะเดียวกันเปิดเผยว่าในวันนี้ได้รับการประสานจากทางการ เมียนมา จะปล่อย ผู้ที่ถูกหลอกไปทำงานกับ แก๊งคอลเซนเตอร์ จำนวน 53 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ เอธิโอเปีย และเคนยา ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่มีการปล่อยตัวออกมาเพราะประสิทธิภาพในการทำงานลดลงเนื่องจากมาตรการ กดดันจากทางการไทยจึงจำเป็นต้องมีการปล่อยตัวคนที่ทำงานในนั้นออกมา อีกทั้งยังได้มีการประสานงานเป็นการภายในกับทางการเมียนมา อยู่เป็น หากจะให้ลดการกดดันลง เมียนมาจะต้อง เคลียร์ปัญหาเรื่องแก๊งคอลเซนเตอร์ให้ได้ทั้งหมดก่อน

นายภูมิธรรมย้ำว่าประเทศไทยจะไม่มีการตั้งศูนย์อพยพแรงงาน ที่ถูกปล่อยตัวออกมาจากกระบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ เมื่อรับตัวกลับมาแล้วก็ประสานสถานทูตของแต่ละ คนมารับตัวและดำเนินการส่งกลับทันทีโดย โดยมีเงื่อนไขของการรับตัวคือ

1. ต้องมีประเทศรองรับชัดเจนสามารถยืนยันตัวตนได้
2. เข้ากระบวนการตรวจสอบ ถูกหลอกหลวงไปทำหรือไม่  (สอบสวนข้อมูล ต่างๆเกี่ยวกับขบวนการคอลเซนเตอร์)
3. ใช้เวลา ไม่เกิน 1 เดือน ก็ส่งกลับได้

ส่วนการผลักดัน ออกจากฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซนเตอร์ มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้นตอนนี้ยังประเมินได้ยาก  เพราะไม่รู้ว่าฝั่งตรงข้ามได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหนแต่ยืนยันว่า  รัฐบาลได้กำชับฝ่ายความมั่นคงวางกำลังรักษา ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโดยตลอด

ส่วนการออกคำสั่งย้ายข้าราชการ เบื้องต้น มีคำสั่งย้ายไปแล้ว 5 คน ประกอบด้วย ผู้กำกับการสภ. แม่สอด, ผู้กำกับการสภ. แม่ระมาด และผู้กำกับการสภ. พบพระ โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมและเข้าไปช่วยราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจฎรรภาค 6

อีก 2 คนคือพล.ต.ต.สัมฤทธิ์ เอมกมล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก และ นายพล ต.ให้ขาดจากตำแหน่งเดิมเช่นเดียวกันและให้เข้ามาช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วและการ สั่งย้ายครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่านายตำรวจทั้ง 5 นายเป็นผู้กระทำความผิดหรือมีส่วนร่วมกับขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ แต่เพราะถูกกล่าวหาจึงต้องให้ขาดจากตำแหน่งเดิมไว้ก่อน เพราะตนเองเคยสั่งการไปแล้วว่าหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นผู้การฯ จังหวัดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบก่อน และเพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนได้ทำงานอย่างเต็มที่และโปร่งใสที่สุด ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกคนด้วย

นอกจากนี้นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีการออกหมายจับ พ.อ.หม่อง ชิตตู ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ แม้จะออกหมายจับไปแล้วแต่หากตัวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่สามารถเข้าไปจับกุมได้ แต่ฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามอย่างใกล้ชิด หากพบว่าเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยก็จะดำเนินการ จับตัวทันที