ตำรวจเพชรเกษม ช่วยสาววัย 21 ขนทองออกจากบ้าน 4 บาท รอดแก๊งคอลเซนเตอร์ เผย ถูกรีดเงินแสน ขู่ดำเนินคดีเว็บพนัน สั่งเปิดโรงแรมซ่อนตัว โชคดี ตามเจอก่อนโอนเงินให้คนร้าย พ่อแม่ขอบคุณได้ลูกสาวคืน
วันนี้ (14 ก.พ.68) พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.น.9 สั่งการให้ พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ต.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ได้ร่วมกันช่วยเหลือ น.ส.จิดาภา อายุ 21 ปี หลังหายตัวออกจากบ้านพร้อมทองคำหนัก 4 บาท และไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งตอนหลังทราบว่าถูกแก๊งคอลเซนเตอร์ หลอกให้ออกจากบ้านเปิดโรงแรมและให้นำทองคำไปขาย แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามหาจนเจอ
พฤติการณ์กล่าวคือเมื่อวันที่ 12 ก.พ.68 เวลาประมาณ 23.45 น. พ่อของ น.ส.จิดาภา เข้าพบพนักงานสอบสวนแจ้งว่า ช่วงเย็นวันดังกล่าวบุตรสาวออกจากบ้านย่านบางแค พร้อมนำเอาทรัพย์สินคือ สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น สร้อยคำทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น แหวนทองหนัก 1 สลึง 1 วง โดยแจ้งว่าจะออกไปทำธุระ ต่อมาไม่สามารถติดต่อได้ เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงได้มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สน.เพชรเกษม ต่อมาทราบว่า น.ส.จิดาภา มีการขอยืมเงินเพื่อน แต่เพื่อนไม่ให้ พ.ต.อ.ปราโมทย์ เชื่อว่า น.ส.จิดาภา น่าจะมีกลุ่มคนร้ายหลอกลวงเพื่อเอาทรัพย์สิน จึงสั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ออกติดตามตัว น.ส.จิดาภา ให้พบตัวโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังได้ประสานไปยัง ผกก.กก.สส.บก.น.9 เพื่อขอสนับสนุนข้อมูลทางเทคนิค พร้อมทั้งไล่กล้องวงจรปิดเพื่อตามเส้นทางของ น.ส.จิดาภา จนพบตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางแค กทม.
จากการสอบถาม น.ส.จิดาภา ทราบว่า มีบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ แจ้งว่าตนไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ และพัวพันกับการกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และการพนัน จากนั้นได้มีการโอนโทรศัพท์ให้พูดคุยกับ จ่าจรัญ ซึ่งอยู่ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ บอกว่าตนทำผิด พ.ร.บ.คอมฯ เกี่ยวกับเว็ปพนัน และบอกให้ตนนำรหัสธนาคารของผู้ปกครองของตน ไปให้ และห้ามบอกผู้ปกครองหรือญาติ ซึ่งผู้ปกครองของตนไม่ยินยอมให้ กลุ่มบุคคลดังกล่าวจึงบอกให้ตนหาเงินมาจำนวน 100,000 บาท เพื่อที่จะไม่ให้ดำเนินคดีกับทางผู้ปกครองด้วย ตนจึงนำทองซึ่งเก็บไว้ในบ้านออกไปขาย เพื่อให้ได้เงินจำนวนนั้นมา และกลุ่มคนดังกล่าวห้ามตนไม่ให้ตนบอกใครหรือติดต่อกับใคร และห้ามกลับบ้านให้หาโรงแรมเปิดห้องอยู่คนเดียว ห้ามรับสายใครหรือติดต่อกับใครโดยเด็ดขาด และบอกให้ตนโหลดแอป binance th (แอปเทรดคริปโท) และสมัครสมาชิก และให้เชื่อมกับบัญชีธนาคารของตน และก่อนที่ตนจะทำธุรกรรมสำเร็จเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตามมาพบเสียก่อน จึงทราบว่าเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำ น.ส.จิดาภา มาที่ สน.เพชรเกษม เมื่อเจอกับผู้ปกครองได้กอดกันร้องไห้ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยติดตามหาจนเจอ และไม่สูญเสียทรัพย์สิน โดยสาเหตุที่ น.ส.จิดาภาเชื่อแก๊งคอลเซนเตอร์ เนื่องจากถูกข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีกับพ่อแม่ ทำให้เกิดความกลัว จึงทำตามที่คนร้ายสั่งการทุกอย่าง และที่สำคัญคนร้ายแต่งกายด้วยชุดตำรวจ จึงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างแน่นอน
ด้าน พ่อของ น.ส.จิดาภา ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตามหาบุตรสาวจนเจอ ตนไม่ได้คิดว่าเสียเงินทองไปแล้วจะได้คืนหรือไม่ แค่ตามหาลูกให้เจอก็ดีใจมากแล้ว ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยใจจริงที่ ช่วยตามหาไม่ทอดทิ้งตนและครอบครัว เป็นความประทับใจมากที่ได้รับการช่วยเหลือในครั้งนี้
พ.ต.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นความโชคดีมากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถไล่กล้องวงจรปิดและสืบสวนทางเทคนิคจนพบตัวน้องก่อนที่จะมีการโอนเงินให้กับคนร้าย ส่วนในทางคดีก็ได้มีการประสานกับทาง ผกก.สส.บก.น.9 เพื่อหาความเชื่อมโยงในการดำเนินคดีกับคนร้าย และอยากจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า วิธีการของคนร้ายจะอาศัยความกลัวของผู้เสียหาย และที่สำคัญมีการแต่งกายคล้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เหยื่อเชื่อว่าเป็นตำรวจจริง ดังนั้น ขอแจ้งว่าไม่มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานราชการใดที่จะให้ผู้เสียหายหรือประชาชนทั่วไปทำธุรกรรมในการโอนเงิน หรือสอบสวนคดีผ่านทางโทรศัพท์ หากพบวิธีการแบบนี้ให้เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายอย่างแน่นอน และมีอะไรให้ติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจจะดีที่สุด