ทนายอ๋องพร้อมบริษัท แบรนด์เนม เข้าแจ้งความเอาผิด 'ดิว อริสรา' ฐานฉ้อโกง

ทนายอ๋องพร้อมบริษัท แบรนด์เนม เข้าแจ้งความเอาผิด 'ดิว อริสรา' ฐานฉ้อโกง

View icon 2.3K
วันที่ 23 มี.ค. 2568 | 16.18 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทนายอ๋องพร้อมบริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด เข้าแจ้งความเอาผิด "ดิว อริสรา" ฐานฉ้อโกง เผย ยังไม่คืนของ ต้องรอ 'ดิว'กลับไทยมาเจรจา

(23 มี.ค. 68) มหากาพย์ดรามาดาราสาว "ดิว อริสรา" ปมนำของแบรนด์เนม ของ "เมย์ วาสนา" นักธุรกิจพันล้าน ไปจำนำ ล่าสุดวันนี้ (23 มี.ค. 68) เมื่อเวลา 11:00 น. ทนายวิฑูรย์ เก่งงาน หรือ ทนายอ๋อง ทนายของบริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด ที่เป็นบริษัทรับขายฝากสร้อยบุลการี ที่ทางดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ได้นำมาขายฝากไว้เมื่อ (19 ส.ค. 67) ได้เดินทางมาแจ้งความเอาผิด "ดิว อริสรา" ในข้อหาฉ้อโกง ที่ สน.ปทุมวัน

เพราะในตอนที่ "ดิว อริสรา" เอาสร้อยบุลการีมาขายฝากกับทางบริษัท "ดิว อริสรา" อ้างว่า สร้อยเส้นนี้เป็นของตัวเอง และนำมาขายฝากไว้เพื่อที่จะได้เงินสินเชื่อไปเป็นของตัวเอง โดยมีหลักฐานการเซ็นสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ และมีสลิปโอนเงินที่มีการโอนเข้าบัญชีของ "ดิว อริสรา" ชัดเจน

ด้าน น.ส.ณัฐจุฑา ตัวแทนบริษัทแบรนด์เนม มันนี่ จำกัด ระบุว่า ในวันที่ดิวนำสร้อยมาฝากวันที่ (19 ส.ค. 67) ได้มีการสอบถามถึงใบเซอร์ฯแล้ว แต่ดิวอ้างว่าอยู่อีกที่หนึ่ง และทางบริษัทไม่ได้ต้องการสินค้าแบบ full set เพราะเราเป็นบริษัทรับฝาก-เช่าซื้อสินเชื่อสินค้าแบรนด์เนม ไม่ได้ต้องการของของลูกค้าเพื่อขายต่อ แค่ต้องการดอกเบี้ย เช่น ถ้าต้องการเงินไปทำธุรกิจ และถ้ามีสินค้าแบรนด์เนม ก็สามารถนำมาขายฝากกับทางเราได้ โดยมีการต่อสัญญาทุก 1 เดือน, 2 เดือน และ 3 เดือน โดยสามารถต่อสัญญาได้โดยไม่มีกำหนดครั้ง ในสัญญามีการจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน จนกว่าจะคืนเงินต้นครบ และถ้าของชิ้นนั้นราคาตลาดเพิ่มขึ้น ก็ไม่สามารถขอสินเชื่อเพิ่มขึ้นได้ โดยจะยึดราคาตลาด ณ วันที่ขายฝาก ซึ่งในตอนที่ได้สร้อยมา ทางบริษัทไม่ได้เช็คกับทาง shop แต่ชื่อที่ขายฝากเป็นชื่อ "ดิว อริสรา"และมีการทำธุรกรรมถูกต้อง

ในส่วนของสร้อยที่ "ดิว อริสรา" นำมาขายฝาก ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถึง มีนาคม มีการคิดดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน ตามกฎหมาย มีการโอนจ่ายดอกเบี้ยจากบัญชีของ "ดิว อริสรา" ทุกเดือน ส่วนสร้อยบุลการีต้องคืนให้ผู้เป็นเจ้าของอยู่แล้ว แต่ต้องให้เป็นไปตามขบวนการตามกฎหมาย ต้องให้ดิวกลับไทยเพื่อมาพูดคุยกัน

ส่วนการรับสภาพหนี้ ทนายอ๋อง ระบุว่า ตอนนี้มันมีการหลอกลวงกัน เป็นคดีอาญา ต้องให้ดิวกลับมาไทยและมาพูดคุยกันก่อนว่าจะรับผิดชอบหรือเยียวยายังไง

เมื่อถามว่า ถ้าไม่คืนของให้กับเจ้าของจะถือว่าเป็นการรับของโจรหรือไม่นั้น ทนายอ๋องตอบว่า  ถ้าทางบริษัทรับขายฝากรู้ว่าของนั้นเป็นของคนอื่น โดยมีอีกคนนำมาขายฝาก แบบนั้นถึงจะเรียกว่ารับของโจร แต่ในกรณีนี้มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าบริษัทไม่รู้ว่าของชิ้นนั้นเป็นของผู้อื่น ยังไม่ถือว่าเป็นการรับของโจร

สุดท้าย น.ส.ณัฐจุฑา ตัวแทนของบริษัทฯ อยากฝากถึงดิว อริสรา ว่า อยากให้ดิวกลับมาเจรจาหาข้อตกลงร่วมกัน เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องมีเพียงทนายความของดิวที่ติดต่อมา ส่วนตัวของดิวยังไม่ได้ทักมาถามหรือขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย

ซึ่งหลังจากที่เข้าแจ้งความเสร็จสิ้นแล้ว ทนายอ๋องระบุว่า ในขณะนี้ทางบริษัทยังไม่ได้มีการพูดคุยหารือกันในเรื่องของการรับสภาพหนี้ และยังไม่ได้พูดคุยว่าจะดำเนินการไปทางทิศทางไหน เบื้องต้นแจ้งเป็นคกีอาญาไปก่อน

ร.ต.ท.ธีรภัทร์ รุ้งรุ่งรัศมี รอง สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน  กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งความจากผู้รับอำนาจจากบริษัทผู้เสียหายไว้แล้ว หลังผู้เสียหายมีความจำนงให้ดำเนินคดีกับ "ดิว อริสรา"ข้อหาฉ้อโกง จากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าคดีมีมูลความผิดจะออกหมายเรียกให้ "ดิว อริสรา" มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป