ห้องข่าวภาคเที่ยง - ครอบครัวหญิงสาว อายุ 22 ปี ที่ถูกฆ่าโหด หั่นศพเผาอำพราง จังหวัดนครปฐม บุกโรงพักนครชัยศรี ดูหน้าสองผัวเมียที่ก่อเหตุ ก่อนรุมประชาทัณฑ์ด้วยความโกรธแค้น ลั่นขอให้ได้รับโทษประหารชีวิต
ภาพเหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้น ระหว่างที่ตำรวจ สภ.นครชัยศรี นำตัว นายณรงค์ชัย หรือ เลย์ อายุ 26 ปี และ นางสาวภัทราภรณ์ หรือ มิลค์ อายุ 21 ปี สองผัว-เมีย ก่อเหตุฆ่าหั่นศพเผาอำพราง นางสาวปิยะวรรณ หรือ แอน อายุ 22 ปี แฟนเก่าของเลย์ ไปสอบปากคำที่ห้องสอบสวน ชั้น 2 แล้วครอบครัว และญาติของผู้ตาย ไปดักรุมประชาทัณฑ์ด้วยความโกรธแค้น
หลายครั้งเราจะไม่เห็นการทำแผนฯ แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้ ที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยอมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งจุดที่ 1 ที่บ้านของมิลค์ เป็นจุดฆาตกรรมผู้เสียชีวิตรับสารภาพอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่การจำลองเหตุการณ์บีบคอทำร้ายผู้เสียชีวิต หั่นร่าง ก่อนเอาชิ้นส่วนศพใส่ถังน้ำมัน ใช้น้ำมันเบนซินราดแล้วจุดไฟเผา
ส่วนจุดที่ 2 อยู่ริมคลองชลประทาน ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุ ประมาณ 1.6 กิโลเมตร เป็นจุดที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ต่อยทำร้ายร่างกาย แอน ก่อนจะลากตัวเข้าไปขังในบ้านที่เกิดเหตุ
และจุดสุดท้ายคือ คลองชลประทาน ที่หลังเกิดเหตุแล้ว ผู้ต้องหาได้นำชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตบางส่วนไปทิ้งน้ำคลองชลประทาน
ระหว่างการทำแผน มีชาวบ้านสาดน้ำใส่รถผู้ต้องหา และตะโกนด่าทอจนเกือบเกิดความวุ่นวาย ส่วนยายของมิลค์ ได้ร้องไห้ต่อหน้าสื่อ และมีอาการคล้ายจะเป็นลม เพราะรู้สึกผิดหวังที่หลานก่อเหตุแบบนี้ ตนเองเสียใจมากจนพูดอะไรไม่ออก ยืนยันจะไม่ไปยื่นขอประกันตัว อยากให้หลานได้รับผลกรรมที่ก่อเอาไว้
ขณะที่ พลตำรวจโท นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รับสารภาพว่า มีส่วนร่วมในการฆาตกรรมผู้เสียชีวิต และเผาทำลายศพจริง สาเหตุอ้างเหมือนที่มีข่าวออกไปว่า ขัดแย้งเรื่องปมหนี้สิน และที่ผู้เสียชีวิตจะไปแจ้งความดำเนินคดี เรื่องที่หลอกให้โอนเงิน เป็นค่าสมัครเข้าทำงานที่โรงพยาบาล ซึ่งก็ยอมรับว่า ผู้ต้องหาให้การมีผลสอดคล้องกับข้อเท็จจริงพอสมควร
ขณะที่ ครอบครัวเสียชีวิตที่ไปสังเกตการณ์การทำแผน ต่างก็แสดงความโกรธแค้น เรียกร้องให้ประหารชีวิตผู้ต้องหาทั้ง 2 คน หรือหากจำคุกตลอดชีวิต ก็อยากให้เสียชีวิตในคุก เพราะเชื่อว่าที่ผู้ต้องหาขอโทษไม่จริงใจ แต่จำต้องรับสารภาพเพราะพยานหลักฐานมัดตัว