หาต้นตออาคารถล่ม และแผนรับมือในอนาคต

View icon 94
วันที่ 29 มี.ค. 2568 | 16.05 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - นอกจากด้านการค้นหาผู้รอดชีวิต การหาสาเหตุแท้จริง และแผนรับมือก็ยังต้องดำเนินการไปควบคู่กัน ซึ่งก็มีผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ไปร่วมสังเกตการณ์ และตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีความไม่ปกติอยู่ที่ต้องให้คุณผู้ชมดูภาพนี้กันอีกที ไม่ใช่จะย้ำเตือนเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว แต่เพราะอยากให้สังเกตการถล่มลงมานี้ให้ดี ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า

เพราะในมุมมองของ ศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ ที่วันนี้ไปดูที่เกิดเหตุในฐานะ ประธานกรรมการของสภาวิศวกร ตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะการพังทลายที่พบมีลักษณะคล้ายการระเบิด เชื่อว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ

ซึ่งตามรายงานข่าวของ "สำนักข่าวอิศรา" อ้างอิงแหล่งข่าวภายในสำนักงาน สตง. ตั้งข้อสังเกตว่า การก่อสร้างอาคารนี้ใช้วิธีการสร้างแบบพื้นไร้คาน อาศัยเสาค้ำพื้น ซึ่งเป็นเทคนิคการก่อสร้างอาคารแบบสมัยใหม่ แต่แบบนี้จะกลายเป็นต้นตอที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ตึกพังถล่มหรือเปล่า

เรานำเรื่องนี้ไปสอบถามกับ "อาจารย์อมร" นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ก็ให้ความเห็นสอดคล้องกับ ดร.เอ้ ว่า การถล่มของตึกบ่งชี้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ทั้งที่ขณะก่อสร้างมีกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นดินไหวแล้ว ฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุตึกต้องไม่ถล่ม แต่อาจเกิดรอยร้าวได้ จึงต้องไปค้นหาต่อไปว่า จุดที่มีปัญหาจริง ๆ คืออะไร

อีกประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกต คือปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า "ปรากฎการณ์สั่นพ้อง" เพราะกรุงเทพฯ มีสภาพดินอ่อน หากจังหวะที่ตึกสั่นกับดินสั่นเข้าจังหวะเดียวกันเมื่อไหร่จะสั่นแรง จึงต้องมีการออกแบบรองรับปัญหานี้ไว้ ทั้งนี้การก่อสร้างแบบพื้นไร้คานในไทยมีจำนวนมาก แต่ตึกสูงอื่นไม่พัง แสดงว่าต้องมีบางอย่างผิดพลาด

ส่วนเรื่องการรื้อถอนซากอาคาร ดร.เอ้ ประเมินว่าต้องใช้เวลารื้อถอนนานเป็นเดือน และถ้าจะให้ดีควรให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศที่มีประสบการณ์มาช่วยชี้แนะด้วย จะเพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้น