สนามข่าว 7 สี - ซ้ำซาก! ปัญหา "ตู้คีบตุ๊กตา" ที่วนกลับมาใหม่ปิด-เปิด ๆ กวาดล้างไม่หมด ทั้ง ๆ ที่เข้าข่ายเป็นอุปกรณ์การพนันต้องได้รับอนุญาต แต่ทำไมยังเห็นตู้แบบนี้อยู่เกลื่อนทุกมุม แล้วทำไมคนถึงอยากเล่นกัน
ลงพื้นที่สำรวจตู้คีบตุ๊กตารอบพื้นที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันกลับมาได้รับความนิยมเพิ่มซ้ำ เพราะไปที่ไหนก็เจอ ทั้งริมทางเท้า ตลาดสด ไปจนถึงร้านค้าขนาดใหญ่ บางแห่งตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษา
พอสอบถามผู้ปกครองว่า ตู้คีบตุ๊กตา มอมเมาเยาวชนจริงหรือไม่? คำตอบกลับเป็นการแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ที่ห่วงมาก ๆ ก็เด็ก และเยาวชน ที่ต้องอดขนม นำเงินมาหยอดตู้มากกว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้นำไปตั้งไกล ๆ สถานศึกษา
ทำไม ตู้คีบตุ๊กตา ถึงเข้าข่ายเล่นพนัน เมื่อเทียบกับ ตู้กาชาปอง ที่รูปทรงคล้ายกัน แต่มีความต่างคือ ตู้คีบตุ๊กตา เงินหยอดมีมูลค่าน้อยกว่ารางวัล มีแพ้ชนะของผู้เล่นกับเครื่อง และไม่ใช่เล่นเพื่อความสนุกเพลิดเพลินเท่านั้น
ส่วน ตู้กาชาปอง ไม่เป็นการเล่นพนัน แต่เข้้าข่ายตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เพราะสินค้าในตู้ราคาเท่ากันหมด ไม่มีเวลากำหนด ไม่ใช่การเล่นเกม และทุกคนจะได้รับสินค้า
ตู้คีบตุ๊กตา ผิด พ.ร.บ.การพนันบัญชี ข. ในปี 2563 กระทรวงมหาดไทย มีนโยบายไม่อนุญาตให้มีการเล่นเครื่องเล่นตู้คีบตุ๊กตาที่เป็นการพนันในบัญชี ข. หมายเลข 28 พร้อมทั้งให้ดำเนินการจับกุมและปราบปรามอย่างเฉียบขาดกับผู้ฝ่าฝืน แต่ข้อเท็จจริงการเล่น ตู้คีบมีกรณีที่ไม่เข้าข่ายการพนันด้วย โดยลักษณะของตู้คีบสินค้าทั้ง 2 ประเภทนั้นในประเภทที่เข้าข่ายเป็นเครื่องเล่นการพนัน ผู้เล่นจะต้องแลกชิปมูลค่าเหรียญละ 10 บาท เพื่อเล่นเครื่องเล่นคีบตุ๊กตา
ที่สำคัญ ตู้คืบตุ๊กตา ยังมีกลไกเซ็ตค่าหน่วงของตัวคีบทำให้ง่าย หรือยากก็ได้ ยังไม่รวมเทคนิคจัดวางท่าและวัสดุของตุ๊กตา เพื่อให้คนเล่นใช้ความพยายามมาก ๆ ง่าย ๆ คือล้อพฤติกรรมมนุษย์ เพราะไม่มีใครอยากเป็นคนแพ้เลยทำให้คนเล่นเสียเงินจำนวนมาก กว่าจะคีบได้สักชิ้น หรืออาจเสียเงินเปล่าก็มี
ซึ่งเรื่องนี้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอง 2 มิติ แต่ยอมรับว่า เป็นปัญหาที่ต้องกวดขันอย่างเข้มงวดเพราะเกี่ยวข้องกับเยาวชนที่อาจรู้ไม่เท่าทัน
ก็ต้องย้ำว่า ตู้คีบตุ๊กตา เข้าข่ายเครื่องเล่นพนัน ตามกฎหมายการพนัน การจัดให้เล่น ต้องได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ