เจาะประเด็นข่าว 7HD - วัยรุ่นชายอายุ 25 ปี อยากเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ลงทุนจ่ายเงินกวดวิชาหวังมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ แต่กลับถูกเจ้าของโรงเรียนกวดวิชาหลอก เชิดเงินหนีกว่า 30,000 บาท ซึ่งตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จนถึงขณะนี้ติดต่อไม่ได้อีกเลย พบว่ามีหมายเรียกคดีลักษณะนี้ถึง 4 หมาย
นายวิฑฌยุทธ์ อายุ 25 ปี พร้อมผู้ปกครอง นำเอกสารการโอนเงิน ไปแจ้งความที่ สภ.กันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อดำเนินคดีกับ นายจำเนียร อายุ 71 ปี เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาชื่อดังแห่งหนึ่ง ในอำภอกันทรวิชัย หลังจากเชิดเงินกวดวิชาสอบนายสิบตำรวจ หลบหนีไปกว่า 30,000 บาท เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย
นายวิฑฒยุทธ์ ให้ข้อมูลว่า ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 มีการเปิดรับสมัครนักเรียนนายสิบ ตำรวจ และทราบว่านายจำเนียร เป็นเจ้าของสถาบันติวผู้เข้าสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ ชื่อดังมีนักเรียนจากทั่วประเทศสมัครเรียน จึงเดินทางจากบ้าน ที่อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด มาสมัครเรียนเพื่อสอบให้ได้ หวังมีออนาคตที่ดี และได้โอนเงินค่าสมัครเรียน เป็นค่าใช้จ่ายตลอดหลัก สูตรจำนวน 30,000 บาท
หลังจากนั้น นายจำเนียร ได้โทรมาขอเงินเพิ่มอีกครั้งละ 500 บาท จำนวน 2 ครั้ง พร้อมกับจะส่งหนังสือมาให้เตรียมเตรียมตัวก่อนเรียนจริง และจะให้เริ่มเรียน ประมาณเดือนมกราคม ต้นปีที่ผ่านมา สุดท้ายหนังสือก็ไม่ถูกส่งมา ติดต่อได้บ้าง ไม่ได้บ้าง พอติดต่อได้ นายจำเนียร ก็อ้างสารพัด จนเดือนเมษายน ตัดสินใจไปหาที่โรงเรียน ปรากฏว่าที่โรงเรียนไม่มีใครอยู่ คาดว่าน่าจะปิดหนีไปแล้ว
ตำรวจบอกว่า ตอนนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความแล้ว 6 คน และได้ออกหมายเรียน นายจำเนียร ไปแล้ว 4 หมาย คาดว่าน่าจะมีผู้เสียหายมากกว่านี้ จึงเตือนนักเรียน นักศึกษา ที่จะไปกวดวิชาที่ใด ก็ให้ตรวจสอบให้ดี เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของโรงเรียนกวดวิชาในลักษณะนี้
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การขอจัดตั้งโรงเรียนกวดวิชา หรือ โรงเรียนนอกระบบ จะต้องยื่นขอจัดตั้งกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในพื้นที่นั้น ๆ หลัก ๆ ต้องมีทุนจดทะเบียน แจ้งสถานที่ และครูผู้สอน ส่วนกรณีเจ้าของโรงเรียนที่เชิดเงินหนี ขอตรวจสอบก่อนว่าขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ถ้าขึ้นทะเบียนถูกต้องก็สามารถนำเงินทุนจดทะเบียนมาคืนผู้เสียหายได้ แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียนคือโรงเรียนเถื่อน ต้องแจ้งความดำเนินคดี