สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ ดังนี้

View icon 602
วันที่ 5 พ.ค. 2568 | 20.02 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 10.38 น. วันนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ฯ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ ทรงบำเพ็ญพระกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา หน่วยม้าทรงประจำพระองค์ฯ ครบปีที่ 25 ซึ่งเป็นหน่วยเฉพาะกิจของกองทัพบก ตั้งขึ้นตามพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2543 เพื่อเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการถวายงานด้านการทรงม้าแด่พระบรมวงศานุวงศ์ โดยพระราชทานโครงสร้างการจัดหน่วยให้ กองทัพบกบรรจุกำลังพลในลักษณะบัญชีบรรจุกำลังตามขีดความสามารถมาช่วยราชการ มีผู้บังคับหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ฯ ปกครองบังคับบัญชา เริ่มแรกมีภารกิจในการถวายงานด้านการทรงม้าแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งพระราชทานพระอนุญาตให้ใช้พระนาม "พภ" ประกอบนามหน่วย เป็นสัญลักษณ์ของหน่วยฯ ต่อมาวันที่ 16 ธันวาคม 2555 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ โอนสายการบังคับบัญชาถวายงานด้านการทรงม้าแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในโอกาสที่ทรงม้ากีฬาที่หน่วยเป็นประจำ โดยโปรดให้ใช้พระนาม "สร" ประกอบนามหน่วย เป็นสัญลักษณ์หน่วย โดยใช้ชื่อเต็มว่า "หน่วยม้าทรงประจำพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา"

โอกาสนี้ เสด็จไปทรงวางศิลาฤกษ์โรงฝึกขี่ม้าหลังคาปิด "Fürst Henry" ซึ่งมีรับสั่งให้สร้างขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ฝึกขี่ม้าที่ได้มาตรฐานสากล เป็นสนามฝึกเพิ่มพูนทักษะของม้าและนักกีฬา สามารถใช้งานได้ตลอดปี รวมทั้งรองรับการจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้า ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ ได้ถวายพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี เป็นอาคาร 2 ชั้น ที่ออกแบบมาให้มีความเหมาะสมในการฝึกขี่ม้าตามมาตรฐานสหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ และใช้รับรองการแข่งขันกีฬาในระดับสากล เช่น ห้องควบคุมการแข่งขัน และพื้นสนามทรายที่ได้รับคำแนะนำและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นสนามโดยเฉพาะ

หน่วยม้าทรงประจำพระองค์ฯ นอกจากจะถวายการฝึกสอนการทรงม้าแด่พระบรมวงศานุวงศ์, การฝึกม้าทรงประจำพระองค์ฯ และการฝึกกำลังพลภายในหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ฯ แล้ว ยังเลี้ยงดูปฏิบัติบำรุง ดูแลรักษาม้าทรงประจำพระองค์ฯ, จัดกิจกรรมจิตอาสาบริการด้านสุขภาพ การรักษาพยาบาลม้าและสัตว์อื่น ๆ แก่ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กร และประชาชน ตลอดจนประสานงานกับส่วนที่เกี่ยวข้องในภารกิจของหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ฯ นอกจากนี้ ยังจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้ารายการ Princess’s Cup Thailand เพื่อพัฒนาวงการกีฬาขี่ม้าของประเทศไทยให้มีความเป็นสากล และเพื่อสร้างนักกีฬาของประเทศให้มีความสามารถทัดเทียมกับนานาชาติ

จากนั้น เสด็จไปยังอาคารคอกม้าประจำพระองค์ฯ ที่ 1 ทรงพระสุหร่ายม้าทรงประจำพระองค์ 4 ม้า ได้แก่ ฟรุ๊ต เฮนรี, ไอริช, บิงโก และคาปูชิโน โดยในพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 3 ธันวาคม 2567 ณ พระลานพระราชวังดุสิต สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงม้าฟรุ๊ต เฮนรี่ นำขบวนกองพันทหารม้ารักษาพระองค์ ร่วมสวนสนาม ในตำแหน่ง "องค์ผู้บังคับกองพันทหารม้ารักษาพระองค์" ด้วย

เวลา 13.17 น. เสด็จไปยังสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทอดพระเนตรนิทรรศการ และการจัดงานแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทย และงานหัตถกรรมชุมชนภาคกลาง ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดขึ้น เป็นพื้นที่ดำเนินการจุดสุดท้ายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กลุ่มผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้า ตลอดจนงานหัตถกรรมชุมชน

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ พร้อมพระราชทานคำแนะนำแก่กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และกลุ่มสมาชิกโครงการศิลปาชีพ ประเภทผ้า และหัตถกรรม จาก 15 จังหวัด รวม 30 กลุ่ม ที่นำผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตถกรรมภูมิปัญญาชุมชน มาจัดแสดง อาทิ กลุ่ม หัตถกรรมผ้าด้นมือจังหวัดสุพรรณบุรี ที่นำลายพระราชทานและการย้อมสีธรรมชาติมาประยุกต์ใช้, กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี จังหวัดราชบุรี นำกาบกล้วยที่เหลือทิ้งมาสานเป็นกระเป๋า และพัฒนาเป็นของตกแต่ง, กลุ่มงานจักสานไม้ไผ่ จังหวัดอ่างทอง ที่นำภูมิปัญญามาต่อยอดเป็นเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย และกลุ่มทอผ้าที่นำเส้นใยธรรมชาติ อาทิ ใยกล้วย ใบสับปะรด ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นเส้นใยธรรมชาติ ผสมผสานด้วยภูมิปัญญาพื้นถิ่นร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่า

โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ สมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภาคกลาง เฝ้าถวายการบ้าน ที่ทรงมีพระวินิจฉัย เมื่อครั้งเสด็จไปทรงงานในโอกาสต่าง ๆ โดยได้พระราชทานคำแนะนำในการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับคุณภาพและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ อาทิ สมาชิกศิลปาชีพ แผนกดอกไม้ประดิษฐ์ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โปรดให้เพิ่มดอกไม้มากขึ้นในแต่ละช่อ รวมทั้งทรงให้ทดลองนำไปตกแต่งที่คาดผม กิ๊บ และหวีสับ นอกจากนี้ ได้นำเทียนหอมมาใส่ในภาชนะเซรามิก โดยนำกลิ่นลาเวนเดอร์ ที่ทรงสกัดขึ้นเมื่อครั้งเสด็จยังสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ มาใช้ประกอบ, สมาชิกศิลปาชีพ แผนกเครื่องปั้นดินเผา อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี พระราชทานคำแนะนำให้ปรับขนาดและรูปทรงภาชนะ มีการปรับปรุงโดยตกแต่งขอบเป็นลายไม้ไผ่ เอกลักษณ์ของอำเภอสวนผึ้ง เพื่อเป็นภาชนะใส่อาหารและเครื่องดื่มทำให้น่ารับประทานและน่าดื่ม, สมาชิกศิลปาชีพ แผนกปักผ้า อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำปลอกหมอนอิงปักไหมน้อย ด้วยการย้อมสีธรรมชาติ ตามพระดำริ เรื่อง แฟชั่นแห่งการยั่งยืน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง สมาชิกศิลปาชีพ แผนกจักสานไม้ไผ่ ออกแบบกระเป๋า มีลวดลายที่ทันสมัยมากขึ้น เช่น ลายหัวใจทับซ้อนกัน รวมทั้งสานเป็นตาชะลอม มีช่องสำหรับยอกตอกสี แต่ต้องสานตาชะลอมมาประกบเป็นวงก่อนที่จะยอนเป็นดอก รูปแบบสามารถทำทรงสี่เหลี่ยม ส่วนกระเป๋า แผนกย่านลิเภา โปรดให้มีขนาดเล็กลง นอกจากนี้ ผ้าคลุมไหล่ของสมาชิกศิลปาชีพ แผนกทอผ้าไหม โปรดให้ทำเป็นผ้าชุด ผ้าตัดเสื้อ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าที่มากขึ้น

พร้อมกันนี้ โปรดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้า และงานแฟชั่นชั้นนำของประเทศ ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่กลุ่มทอผ้า และงานหัตถศิลป์ เพื่อพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย ตรงตามต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ การดำเนินดังกล่าว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชดำริ และพระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จะส่งเสริมให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และกลุ่มสมาชิกโครงการศิลปาชีพ มีงานทำ มีรายได้ ลดการละทิ้งถิ่นฐาน นอกจากจะช่วยให้ชาวบ้านมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ชาวบ้านได้มีโอกาสใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านศิลปกรรมการทอผ้า ที่มีความประณีต งดงามมาสร้างงานศิลปหัตถกรรม ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพเสริม เลี้ยงตนเองและครอบครัวอีกด้วย

จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการนวัตศิลป์ ที่สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) จัดแสดงผลงานที่ได้ส่งเสริมทักษะฝีมือเชิงช่างให้แก่เยาวชน กลุ่มเปราะบาง และช่างฝีมือทั้งงานผ้า งานศิลปหัตถกรรม เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถม และงานจักสาน ซึ่งได้พัฒนาศิลปหัตถกรรมไทย ด้วยการค้นหา รักษา และพัฒนา เพื่อการขับเคลื่อนศิลปหัตถกรรมไทยให้ยั่งยืน นำองค์ความรู้ดั้งเดิมมาใช้ร่วมกับเทคนิค และนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างงานฝีมือที่มีความเป็นเอกลักษณ์และมีคุณค่า

ก่อนเสด็จกลับ ทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น โดยนักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สังกัดอาคารเรียนรู้เรื่องโขน ชุด "ระบำวีรชัยลิง หรือ ระบำวีรชัยสิบแปดมงกุฏ" ที่จัดกระบวนทัพของฝ่ายลิงเพื่อออกไปทำศึกสงครามตามจารีตการแสดงนาฏศิลป์ไทยโขน ท่าทางในการเต้นแสดงออกด้วยความเข้มแข็ง คล่องแคล่ว ว่องไว และความพร้อมเพรียงของเหล่าพลทหารวานร 18 นาย นอกจากนี้ ยังมีการแสดงแตรวงชาวบ้าน จากคณะ ศ บันเทิงศิลป์ เป็นการบรรเลงดนตรีประกอบการรำ และการละเล่นพื้นบ้าน อย่างกระตั้วแทงเสือ ที่นิยมเล่นในงานประเพณี งานรื่นเริงในวิถีชีวิตประจำวัน

ข่าวอื่นในหมวด