11 พ.ค. 68 ผู้สื่อขาวลงพื้นที่ไปยัง หมู่ 11 ต.ส้มป่อย อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ พบกับนางพยอม อายุ 61 ปี พร้อมสามี อายุ 67 ปี โดยได้นำทีมข่าวเดินทางไปยังที่ดินที่มีปัญหา ซึ่งเป็นจุดที่มีข้อพิพาทต่อกัน กับพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งลูงกับป้า บอกว่า พื้นที่ที่เกิดปัญหา เป็นพื้นที่ทำการเกษตร เป็นที่ทำมาหากินของพวกตนมานานนับหลายสิบปีที่ผ่านมา อีกทั้งเป็นที่หัวไร่ปลายนา ที่ต่างคนก็ต่างใช้ทำมาหากินในการปลูกพืชผลทางการเกษตร มานานหลายสิบปี ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน จนกระทั่ง เมื่อเดือน เม.ย. 68 ที่ผ่านมา ได้มีการปักแนวเขตและล้อมรั้วลวดหนามคร่อมเขตพื้นที่ทำมาหากินของกันและกัน
โดยลุงกับป้า เล่าว่า เรื่องที่ดิน ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เพราะคิดว่าน่าจะพูดคุยกันได้ ซึ่งพื้นที่ข้างเคียง เป็นพื้นที่ของคนที่รู้จักกันมานาน แต่มาถึงปัจจุบันนี้ ที่มีการล้อมรั้ว พวกตนได้รับหนังสือเชิญไกล่เกลี่ยจากทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอจัตุรัส เนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่า พวกตนตัดต้นไม้ในเขตของคู่กรณี ซึ่งก็ยืนยันว่า ต้นสะเดาที่ตัดนั้น อยู่ในเขตของตนเอง และได้ขอเข้าพูดคุยเจรจากันอย่างดี ๆ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อในการเจรจาพูดคุยกัน ทางผู้ที่มีพื้นดินดินข้างเคียง ซึ่งมีปัญหาด้วยกัน ได้ใช้วาจาที่รุนแรงขึ้น โดยกล่าวอ้างว่าตนนั้นเป็น "ปลัดฯ" ให้พูดกับเขาดี ๆ และบอกว่า ถ้าเขาจะเอาอะไรก็ห้ามไม่ได้ พวกตนจึงตัดสินใจเชิญผู้ใหญ่บ้านมาร่วมพูดคุย แต่คำพูดคำจาก็กลับรุนแรงขึ้น ถึงขนาดมีการข่มขู่จะใช้ปืนยิงกรอกปาก
ด้านผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.ส้มป่อย อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ในวันเกิดเหตุ กล่าวว่า บุคคลดังกล่าว ถ้าเป็นถึงปลัด ก็ไม่น่าจะใช้วาจาเช่นนี้ ไม่น่าที่จะใช้วาจาที่รุนแรง และยืนยันว่ามีการข่มขู่กันเกิดขึ้นจริง ซึ่งตัวผู้ใหญ่บ้านเองนั้นก็เพิ่งได้รับหนังสือเชิญเข้าร่วมในการเจรจาในเหตุการณ์นี้เช่นกัน ก็คงจะต้องรอฟังข้อสรุปจากทางเจ้าหน้าที่ ที่จะเข้าร่วมในการเจรจาในวันที่ 13 พ.ค. 68 นี้ อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ พบว่า บุคคลดังกล่าว ที่อ้างตัวว่าเป็นปลัดฯ นั้น หลังจากที่ได้สอบถามไปยังหัวหน้าสำนักงานแห่งหนึ่งในเมืองชัยภูมิ ได้รับคำตอบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นพนักงานราชการ ในสังกัดสำนักงานเท่านั้น ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นปลัดฯ แต่อย่างใด ซึ่งทางสำนักงานเองก็จะติดตามเรื่องนี้ หากมีผลกระทบกับหน่วยงาน ก็ต้องขอดำเนินการตามขั้นตอนตามระเบียบราชการว่าผิดระเบียบราชการหรือไม่ ต่อไป