นายกสภาทนายความ แจงข้อกฎหมาย เด็ก ป.6 แทงเพื่อนดับ ต้องรับผิดแค่ไหน พ่อ-แม่-โรงเรียน หากไม่ได้ดูแลตามสมควร อาจต้องชดใช้ทางแพ่ง
วันนี้ (23 พ.ค.68) จากกรณีเด็กนักเรียนชั้น ม.1 ใช้อาวุธมีดแทงเพื่อนร่วมโรงเรียนเสียชีวิต ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายวิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ความรู้ข้อกฎหมายการรับผิดของผู้เยาว์ว่า กรณีที่เด็กอายุ 12 ปี กระทำความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 ระบุว่า เด็กอายุเกิน 10 ปี แต่ยังไม่เกิน 15 ปี กระทำความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ไม่ต้องรับโทษ แต่ศาลมีอำนาจดังต่อไปนี้ เช่น ว่ากล่าวตักเตือนเด็กแล้วปล่อยเด็กไป และถ้าศาลเห็นสมควร ศาลอาจเรียกบิดามารดา หรือผู้ปกครองของเด็ก หรือบุคคลที่เด็กอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้
นายกสภาทนายความ กล่าวว่า ถ้าศาลเห็นว่า บิดามารดาหรือผู้ปกครองสามารถดูแลเด็กได้ ศาลอาจสั่งให้มอบเด็กให้แก่บิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กได้ โดยกำหนดเงื่อนไขให้บิดามารดาหรือผู้ปกครอง ดูแลไม่ให้เด็กก่อให้เกิดอันตรายตลอดเวลาที่ศาลกำหนด แต่ต้องไม่เกินสามปี และกำหนดจำนวนเงินตามที่ศาลเห็นสมควร ซึ่งบิดามารดาหรือผู้ปกครองจะต้องจ่ายแก่ศาล แต่ต้องไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทต่อครั้งที่เด็กก่อให้เกิดอันตรายแต่ละครั้ง ดังนั้น เด็กอายุ 12 ปี ไม่ต้องรับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 แต่ต้องเข้าสู่ระบบศาลเยาวชนและครอบครัว เพื่อรับการฟื้นฟูหรือควบคุมพฤติกรรม โดยศาลจะเน้นการคุ้มครองและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมากกว่า ลงโทษ
นอกจากนี้ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ พ.ศ.2553 เป็นกฎหมายที่บัญญัติโทษไว้ด้วย แต่ไม่ใช่กฎหมายที่บัญญัติโทษทางอาญาโดยตรง หากเป็นกฎหมายที่กำหนด กระบวนการพิจารณาคดีและวิธีการจัดการกับเด็กหรือเยาวชน ที่กระทำความผิด โดยเน้นการฟื้นฟู ปรับพฤติกรรม และการคุ้มครองสิทธิของเด็กแทนการลงโทษ ซึ่งมีการกำหนดขั้นตอนการพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวให้เหมาะสมกับวัยพร้อมวางหลักการที่คุ้มครองเด็กเป็นสำคัญ กฎหมายได้เปิดช่องให้ศาลใช้มาตรการทางเลือกแทนโทษอาญา
นายกสภาทนายความ กล่าวอีกว่า ส่วนในทางแพ่งนั้นบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ต้องรับผิดผลแห่งการละเมิดที่เด็กได้กระทำลงไป หากเด็กอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่ว่ากระทำการใดๆ อันเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 ซึ่งมีหลักกฏหมายว่า บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น ความรับผิดทางแพ่งอาจรวมถึงค่ารักษาพยาบาลก่อนเสียชีวิต ค่าปลงศพค่าขาดไร้อุปการะ ค่าทดแทนความเสียหายอื่น ๆ เช่น ค่าเสียหายทางใจของญาติผู้ตาย
นายวิเชียร กล่าวว่า ส่วนบิดามารดาหรือผู้ปกครองจะหลุดพ้นจากความรับผิดได้เมื่อสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังสมควรแล้ว เช่น เด็กอยู่ในโรงเรียนหรือสถานดูแลในเวลาทำผิด หรือผู้ปกครองไม่ได้ละเลยต่อพฤติกรรมเด็ก แต่เป็นภาระของผู้ปกครองที่ต้องพิสูจน์เอง ส่วนครูจะต้องรับผิดด้วยหรือไม่นั้น คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่พิจารณาว่าเกิดเหตุในเวลาเรียน หรือเวลากิจกรรมที่ครูรับผิดชอบอยู่หรือไม่ หรือครูปล่อยปละละเลย หรือไม่ควบคุมเด็กขณะทะเลาะหรือทำร้ายกันหรือไม่ ตลอดจนเหตุการณ์เกิดขึ้นแบบฉับพลัน หรือสามารถป้องกันได้แต่ไม่ป้องกันหรือไม่ โรงเรียนมีมาตรการป้องกันหรือไม่ เช่น การจัดเวรดูแล ถ้าปรากฎว่าเด็กได้ทำผิดในช่วงที่อยู่ในการดูแลของครู และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ครูและโรงเรียนอาจต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง ร่วมกับผู้ปกครอง ถ้าไม่ได้ดูแลตามสมควร