ทนาย เผย “ทักษิณ” ไม่ไปศาล มอบอำนาจแจงคดีชั้น 14 เหตุไม่มีหมายเรียก

ทนาย เผย “ทักษิณ” ไม่ไปศาล มอบอำนาจแจงคดีชั้น 14 เหตุไม่มีหมายเรียก

View icon 205
วันที่ 11 มิ.ย. 2568 | 15.52 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทนาย เผย “ทักษิณ” ไม่ไปศาล มอบอำนาจแจงคดีชั้น 14 เหตุไม่มีหมายเรียก ขณะที่ศาลอนุญาตขยายส่งคำชี้เเจง 23 มิ.ย.นี้

วันนี้ (11 มิ.ย.68) ความคืบหน้าศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพร้อมหรือนัดไต่สวนกรณีความปรากฎการบังคับโทษจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม4/2551, คดีหมายเลขแดงที่ อม.10 /2552 ,คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551 ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์และจำเลยในคดีทั้ง 3 คดี แจ้งต่อศาลว่ามีข้อเท็จจริงตามที่อ้างในคำร้องหรือไม่ พร้อมสำเนาคำร้องให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ให้ชี้แจงข้อประกอบการพิจารณาของศาลว่า การดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับโทษจำคุกแก่จำเลย เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลหรือไม่ พร้อมแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 30 วัน

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความเเละผู้รับมอบอำนาจนายทักษิณ กล่าวว่า ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ตนเเละทีมทนายความจะเดินทางไปศาลฎีกาฯ โดยประเด็นชี้เเจงเราได้ทำเตรียมไปชี้แจง เนื่องจากการพิจารณาคดีนี้เป็นรูปเเบบลักษณะคดีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก็เตรียมชี้เเจงในส่วนที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้ต้องปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายในขณะต้องรับโทษตามความเป็นจริง ก็ต้องดูว่าภายหลังจากศาลได้รับข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เเล้ว ศาลจะมีการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างไร หรือมีประเด็นอะไรเพิ่มหรือไม่  ซึ่งตนเป็นทั้งทนายความเเละในฐานะผู้รับมอบอำนาจสามารถกระทำการเเทนตัวการได้ในที่กฎหมายให้กระทำการแทนได้ ในส่วนมวลชนคาดว่าจะไม่มีเดินทางไป ตนทำคดีมาก็ไม่เคยมีลักษณะที่จะนำมวลชนไปศาล  ทนายทำหน้าที่ทนายไม่ใช่ผู้นำมวลชน ที่ผ่านมาก็ทำคดีโดยยึดตามหลักกฎหมายเป็นไปตามขั้นตอน ในส่วนนายทักษิณลูกความของตนก็จะไม่ได้เดินทางไปศาลด้วย เนื่องจากศาลฎีกาฯ นักการเมืองก็ไม่ได้มีหมายเรียกมา ท่านต้องใช้สิทธิชี้แจงต่อศาลตามกระบวนการ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ตนได้ยื่นขอศาลฎีกาฯ ขอขยายเวลาส่งเอกสารไต่สวนไป 30 วัน โดยศาลฎีกาฯ อนุญาตถึงวันที่ 23 มิ.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางศาลฎีกาฯ กำลังประเมินจำนวนผู้สื่อข่าวที่จะเดินทางมาทำข่าว หากมีจำนวนมากจะกันโซนหน้าอาคารศาลฎีกาฝั่งคลองหลอด เพื่ออำนวยความสะดวก หรือหากกรณีมีรถถ่ายทอดสดของสถานีสื่อก็สามารถทำการถ่ายทอดสด หรือไลฟ์สดได้ภายนอกเขตอาคารศาล โดยเตรียมที่จอดรถไว้รองรับกว่า 200 คัน

สำหรับสื่อมวลชนที่ประสงค์เข้าไปทำข่าวในศาลฎีกาฯ ก็ต้องทำการขออนุญาตทำข่าว และปฏิบัติตามระเบียบของศาล ห้ามถ่ายภาพคลิปวีดีโอในบริเวณอาคารศาล โดยศาลฎีกาอาจพิจารณาเปิดห้องถ่ายทอดสัญญาณคอนเฟอร์เรนซ์อีกห้องหนึ่ง หากมีนักข่าวจำนวนมาก

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าพนักงานตำรวจศาลดูแลเป็นหลัก รวมถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ. เเละตำรวจจาก สน.ชนะสงคราม ส่วนจะมากน้อยเพียงใด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ประเมินเหตุการณ์เอง ซึ่งคาดว่าในวันดังกล่าวจะยังไม่มีมวลชนมาเยอะ เนื่องจากเป็นการนัดพร้อมไต่สวนคำชี้เเจงที่ได้หมายเรียกมาจากคู่ความเเละหน่วยงานต่างๆ