เจาะประเด็นข่าว 7HD - สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ขณะที่ยังคงสงบเรียบร้อย แต่สถานการณ์ทางการทูต อาจจะเริ่มระส่ำ หลังมีกระแสข่าว ไทยเรียกเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ กลับประเทศ เพื่อลดระดับความสัมพันธ์
จากสถานการณ์ความตึงเครียด ระหว่าง ไทย กับ กัมพูชา จากข้อพิพาทชายแดนหลังทหารกัมพูชารุกล้ำอธิปไตย นำมาสู่มาตรการควบคุมเวลาเปิด-ปิดด่านจากฝั่งไทย ขณะที่กัมพูชาสั่งห้ามนำผลไม้จากไทยเข้าประเทศ หลายคนจับตาเรื่องความสัมพันธ์ทางทูตของ 2 ประเทศ
ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้เชิญ นายตุลย์ ไตรโสรัส เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กลับประเทศไทย เพื่อลดระดับความสัมพันธ์
โดย กระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงเบื้องต้นว่า เป็นการเชิญเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา มาหารือข้อราชการ ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติ ไม่ได้มีการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต และเอกอัครราชทูตไทยกำลังจะเดินทางกลับไปกัมพูชาเร็ว ๆ นี้
อีกทั้งขอร้องสื่อมวลชนทุกสำนักข่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้มีความละเอียดอ่อน เรื่องที่มีมิติด้านการต่างประเทศ โปรดฟังการแถลงจากกระทรวงฯ โดยตรงเท่านั้น
ทีนี้มาดู ขั้นตอนการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต โดยหลัก ๆ แบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอน คือ ความสัมพันธ์ดีมาก ๆ ก็จะมีเอกอัครราชทูต ที่มีอำนาจเต็ม ปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่สถานทูตนั้น ๆ แต่หากรัฐใดต้องการลดระดับความสัมพันธ์ รัฐนั้นก็อาจจะเรียกเอกอัครราชทูต ประเทศนั้นกลับประเทศ ก็จะเหลือเพียง "อุปทูต" ซึ่งไม่มีอำนาจเต็มปฎิบัติหน้าที่ หากสถานการณ์แย่ไปอีก ก็จะเป็นการสั่ง "ปิดสถานทูต" จนเลวร้ายที่สุด คือ ประกาศตัดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จนไปถึงระงับวีซา สั่งประชาชนงดเดินทาง ซึ่ง ไทย และ กัมพูชา เคยประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูต 2 ครั้ง คือ ปี พ.ศ.2501 และ พ.ศ.2504