ปิดเที่ยวปราสาทตาเมือนธม ?  ภูมิธรรมเผยอำนาจอยู่ที่แม่ทัพภาคที่ 2

ปิดเที่ยวปราสาทตาเมือนธม ? ภูมิธรรมเผยอำนาจอยู่ที่แม่ทัพภาคที่ 2

View icon 459
วันที่ 24 มิ.ย. 2568 | 10.30 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ภูมิธรรมเผยอำนาจอยู่ที่แม่ทัพภาคที่ 2 ชงปิดเที่ยวปราสาทตาเมือนธม เสนอ สมช. หากสถานการณ์ไม่ดี โต้กลับ “สมชัย” ไม่เคยเซ็นยินยอมให้ทหารกัมพูชาเข้าพื้นที่ แต่เป็นไปตาม MOU43 ขออย่าพูดอะไรบนพื้นฐานที่ไม่ได้อยู่บนข้อเท็จจริง

วันนี้ (24 มิ.ย.68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาขึ้นมาเที่ยวปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ มากผิดปกติจนเป็นนัยสำคัญว่า อำนาจการพิจารณาปิดจุดท่องเที่ยวตาเมือนธม อยู่ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ในขณะที่รัฐบาลก็กำกับดูแล เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นรัฐบาลรับรู้ทั้งหมด ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน สมช.มอบอำนาจให้กองทัพ ในการพิจารณา มาตรการเปิด – ปิดด่าน ใน 4 ขั้นตอน เพราะมองว่าทหารอยู่ด่านหน้า สามารถพิจารณาสถานการณ์ได้ว่า มีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน

ปัจจุบันยังไม่ได้มีการห้ามหรือไม่ห้าม ปราสาทตาเมือนธม ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวขึ้นมาได้ทั้งสองฝ่าย ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ และขณะนี้ยังไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ยกเว้นแต่มีคำสั่ง ทางแม่ทัพภาคที่ 2 จะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ และเชื่อว่าทหารจะสามารถดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ได้ แม้ปัจจุบันจะมีชาวกัมพูชาและไทย ขึ้นไปเที่ยวบนปราสาทตาเมือนธม เพราะเมื่อครบกำหนดเวลาก็ต้องกลับไปตามปกติ

“ กองทัพภาคที่ 2 จะต้องพิจารณาตามสถานการณ์ความเป็นจริงว่า ควรจะปิดการท่องเที่ยวปิดการท่องเที่ยวไปก่อนหรือไม่ พร้อมทั้งทำเรื่องผ่านกองทัพบก มาอย่างรัฐบาลเพื่อที่จะนำเข้าที่ประชุม สมช.” นายภูมิธรรม กล่าว

ส่วนการยกระดับมาตรการ นายภูมิธรรม ระบุว่า ประชาชนตามแนวชายแดนไม่ถึงขนาดตึงเครียดจนน่ากังวลใจ ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยได้ไปสำรวจหลุมหลบภัยไว้เรียบร้อยหมดแล้ว สามารถกันอาวุธได้บางส่วน ไม่แน่ใจว่า หากเป็นอาวุธหนัก จะสามารถป้องกันได้หรือไม่ จึงได้เร่งให้ทางกระทรวงมหาดไทยไปจัดการ เพื่อเสริมความแข็งแรงของหลุมหลบภัยให้มากยิ่งขึ้น

ส่วนกรณีที่ทหารกัมพูชา มีการเพิ่มเติมกำลังและอาวุธหนักเข้าประชิดพื้นที่ชายแดนมีนัยอะไรหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า ในส่วนของกองทัพ เราเตรียมความพร้อมไว้ทุกเรื่องแล้ว และเชื่อว่า กำลังที่มีอยู่เพียงพอที่จะรับสถานการณ์ 

สำหรับกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ออกมาระบุว่า นายภูมิธรรม เซ็นรับรองให้ทหารกัมพูชา เข้ามาอยู่ในปราสาทตาเหมือนธม ในการประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ครั้งล่าสุด  นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ไปเซ็นอะไร ทุกอย่างทำตาม MOU 43 ซึ่งขณะนี้ยังมีขั้นตอน การประชุมคณะกรรมการส่วนภูมิภาค ไทย-กัมพูชา หรือ  RBC ซึ่งทางกัมพูชา รอสมเด็จฯ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา อนุมัติ 

“ขอนายสมชัย อย่าพูดอะไรบนพื้นฐานที่ไม่ได้อยู่บนข้อเท็จจริง” นายภูมิธรรม ระบุ

เมื่อถามถึงกรณีที่พลเอกฮุน มาเนต  นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เสนอให้ไทยเปิดด่านชายแดนก่อน แล้วกัมพูชาจะเปิดตามใน 5 ชั่วโมง แล้วจะกำลังค่อยหารือเรื่องการปรับกำลัง นายภูมิธรรม ระบุว่า เรามีเงื่อนไขและข้อเสนอที่วางไว้ คือลดการเผชิญหน้า ตลอดแนวชายแดน ให้มีการปรับกำลังทั้งสองฝ่าย รวมถึงการเปิดด่านชายแดนทั้งหมด เพื่อให้เข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้จะต้องทำไปพร้อมกันทั้ง 2 ประเทศ โดยการกำหนดวัน-เวลา ทางฝั่งกัมพูชาบอกว่าอำนาจทุกอย่างอยู่ที่สมเด็จฮุน เซน เพียงคนเดียว ซึ่งก็ยอมรับว่าได้มีการเสนอเงื่อนไขตามนั้นจริง ในส่วนของเรา บอกว่าเป็นไปไม่ได้จุดยืนของเราต้องดำเนินการคือให้มีการปรับกำลังก่อนเปิดด่านพร้อมกัน จะมาบอกว่า คุณเปิดก่อน เราเปิดก่อนคงไม่ได้ เพราะตอนนี้มันมั่วไปหมดแล้ว ควรจะทำให้พร้อมกัน

นายภูมิธรรม ย้ำว่า การที่ไทยจะทำอะไรนั้น ต้องคำนึงถึงสายตานานาประเทศด้วย เพราะเป็นประเทศที่ใหญ่กว่า เพื่อป้องกันข้อครหาว่า ไปรุกรานเขา ในขณะเดียวกัน ยังยืนอยู่ในการประชุม RBC ที่จะเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องไปพูดคุยกับสมเด็จฯ ฮุน เซน เพื่อให้ได้ข้อยุติเรื่องการเปิดด่านพร้อมกันหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ถูกเสียทีเดียว การจะเปิดด่าน เป็นเรื่องของที่ประชุม  RBC ส่วนที่กัมพูชาปิดประตูตายจะไม่ประชุมนั้น ตนมองว่า สามารถพูดคุยและเจรจาได้ คำพูดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เมื่อมีปัญหาหรือมีประโยชน์ ก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ต้องคุย และเชื่อว่าจะสามารถพูดคุยกันได้