ทรัมป์ เขย่าขวัญส่งออกไทย

View icon 222
วันที่ 8 ก.ค. 2568 | 11.03 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลัง "ทรัมป์" ส่งจดหมายจัดเก็บภาษีตอบโต้กับไทยถึง 36 % ทำภาคธุรกิจแทบเข่าทรุด เพราะมีถึง 7 อุตสาหกรรมกำลังเจอศึกหนัก ถึงขั้นคาดการณ์ 5 เดือนหลังจากวันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไปที่สหรัฐฯ ใช้อัตราภาษีนี้ มีโอกาสเสี่ยงเห็นแรงงานตกงาน เพราะนักลงทุนจะย้ายฐานการลงทุน

ก่อนหน้านี้ ภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ คาดมูลค่าเสียหายจากการขึ้นภาษีดังกล่าว จะอยู่ราว 800,000-900,000 ล้านบาท มองที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ ยานยนต์ อาหาร พลาสติก และเคมีภัณฑ์ เพราะอัตราภาษีสูงขึ้นทำให้สินค้าไทยเสียเปรียบคู่แข่ง

หนักสุด คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสินส่วนยานยนต์อัตรา 25 % ไปก่อนแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของบริษัทแม่ในการย้ายฐานการผลิต

ขณะที่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าหลักไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มากกว่ารถยนต์ อาจต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากประเทศคู่แข่ง รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมอาหาร ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะอาหารแปรรูป และสินค้าประมง เช่น ปลาทูน่า และกุ้งแปรรูป ซึ่งเดิมอัตราภาษี 0 % แต่ถูกปรับขึ้นเป็น 36 % ซึ่งส่งผลโดยตรง ยังมีอุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมเครื่องจักร และอุปกรณ์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อาจต้องชะลอการผลิต และการส่งออก เพราะผู้ซื้อต่างประเทศอาจปฏิเสธ รับมอบสินค้าไทยจากต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมเหล็ก ถูกซ้ำเติมจากการเก็บภาษีเพิ่มอีก เพราะก่อนหน้าถูกเก็บภาษี 25 % ตั้งแต่แรกแล้ว อาจเผชิญคำสั่งซื้อลดลง

ด้านภาคเอกชน ประเมินผลกระทบน่ากังวลตกไปที่ ส่งออกรถจักรยานยนต์ ที่มีมูลค่าราว 450 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หากไปใช้ภาษี 36 % เพราะเป็นกลุ่มยานยนต์ส่งออกอันดับหนึ่งไปสหรัฐฯ และตอนนี้ ใช้ภาษีอยู่ที่ 25 % ก็ต้องติดตาม ว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร และศึกษาข้อเสนอที่สหรัฐฯ ต้องการให้รอบคอบ ส่วนที่เวียดนาม ได้ปรับลดภาษีเหลือ 20 % เป็นสิ่งที่น่ากังวลมาก เพราะถือเป็นคู่แข่งขันสำคัญของไทย โดยรวมมองนักลงทุนยังไม่ย้ายฐานเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเวียดนามจะมีนักลงทุนเข้าไปมากกว่าเดิม

ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มองการเจรจากับสหรัฐฯ เป็นเรื่องยาก อเมริกาถือไพ่เหนือกว่า การที่ไทยจะไปเจรจาแบบ Win-Win น่าจะไม่ใช่ เพราะเขามองว่าเราเอาเปรียบเขามานานแล้ว ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรเร่งเจรจา และเตรียมแผนรองรับสถานการณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง