พระครูศรีปริยัติบัณฑิต แจงเบื้องต้น หลังถูกเอี่ยวโอนเงินให้ สีกา ก. ระบุ โอนเงินให้ สีกา ก. เพราะพระสหาย (พระภิกษุอีกรูปหนึ่ง ) นำเงินสดมาให้ แล้วให้ตนซึ่งมีแอปฯธนาคารโอนให้สีกา ก. ยืนยัน ไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสีกา ก.แต่อย่างใด ขณะที่ คณะสงฆ์จังหวัดขอนแก่น ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
11 ก.ค.68 จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียล เกี่ยวกับพระสงฆ์ในจังหวัดขอนแก่น โอนเงินจำนวน 48,000 บาท ให้แก่หญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งถูกระบุในสื่อว่าเป็น “สีกา ก.” จนเป็นที่สนใจของสังคมและก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พระครูวชิรอรรถวาที เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหนองแวง พระอารามหลวง เกี่ยวกับความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าว
พระครูวชิรอรรถวาที เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะสงฆ์จังหวัดขอนแก่น ทราบถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆ ทางคณะสงฆ์ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันที โดยได้มอบหมายให้ พระครูศรีปริยัติบัณฑิต ซึ่งปรากฏชื่อในกรณีดังกล่าว เข้ารายงานข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งมีรองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวน และการตรวจสอบอยู่ในระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะมีผลสรุปในเร็ววันนี้ โดยทางคณะสงฆ์ย้ำว่า จะเร่งรัดการตรวจสอบให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นวงกว้าง และมีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่
จากข้อมูลเบื้องต้น ที่พระครูศรีปริยัติบัณฑิต ได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาทางสงฆ์ ระบุว่า ไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสีกา ก.แต่อย่างใด และกรณีการโอนเงินที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการกระทำตามคำขอของพระสหาย ซึ่งเป็นพระภิกษุอีกรูปหนึ่ง ที่เคยทำงานร่วมกัน นำเงินสดมาฝากให้โอนเงินให้แก่สีกา ก. โดยพระครูศรีปริยัติบัณฑิต ซึ่งมีแอปพลิเคชันโอนเงินในโทรศัพท์จึงเป็นผู้ดำเนินการโอนเงินให้แทน
ส่วนพระสหายรูปดังกล่าวนั้น ทางพระครูศรีปริยัติบัณฑิต ให้ข้อมูลว่าได้มรณภาพไปแล้วเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นพระรูปใด หรือจำพรรษาอยู่ที่วัดใด ขณะนี้รายละเอียดเพิ่มเติมทั้งหมดอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมการที่ทางคณะสงฆ์จังหวัดขอนแก่นได้ตั้งขึ้น
ทั้งนี้ คณะสงฆ์จังหวัดขอนแก่นขอยืนยันว่า จะดำเนินการตามกระบวนการทางสงฆ์อย่างเคร่งครัดและโปร่งใส โดยยึดหลักความถูกต้องเป็นสำคัญ และจะรายงานผลการสอบสวนให้ประชาชนทราบ โดยเร็วเมื่อได้ข้อยุติจากคณะกรรมการสอบสวน