เจาะประเด็นข่าว 7HD - ชัดแล้วว่าทุ่นระเบิดที่ทำทหารไทยบาดเจ็บ 3 นาย เป็นการวางใหม่ วันนี้ สมช.เรียกประชุม ก่อนชงเข้าวงประชุมคณะใหญ่พรุ่งนี้ โดยกองทัพบก ส่งทหารเคลียร์พื้นที่ ปรากฏว่ามีสนามทุ่นระเบิดอีกหลายร้อยลูก
ทหารช่าง ช.พัน 6 สุรนารี กองกำลังสุรนารี เข้าเคลียร์ทุ่นระเบิด ในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด เจ็บ 3 นาย
โดยทหารใช้ยุทโธปกรณ์หนัก รถแทรกเตอร์หุ้มเกราะ ชุดตรวจค้นทุ่นระเบิดชำนาญการ กำลังชุดทหารช่างตรวจค้นกวาดล้างทุ่นระเบิด เขตทางพื้นที่สงสัยให้ปลอดภัย ใช้รถโกยตัก ถางขุดตอ และรถถากถางติดตั้งเกราะเหล็ก สำรวจในพื้นที่
มีรายงานว่าพบทุ่นระเบิดใหม่หลายสนาม นับร้อยลูก หลังแนวต้นพญาสัตตบรรณ พบรูปแบบการวางระเบิดที่มีทั้งแบบสกัดกั้น เส้นทางเคลื่อนพล และแบบคลัสเตอร์ ซึ่งเป็นอาวุธอันตราย สามารถคร่าชีวิต และสร้างความเสียหายรุนแรงในวงกว้าง
ทหารจะเก็บเป็นหลักฐาน โดยกระทรวงต่างประเทศ จะทำหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการผ่าน UN ว่า กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา
โดย ผู้ช่วยเลขา สมช. หารือกับเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร วันนี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมด และจะนำเข้าที่ประชุม ศบ.ทก.ชุดใหญ่ วันพรุ่งนี้ กำหนดมาตรการและท่าทีตอบโต้ โดยมี พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยกลาโหม นั่งหัวโต๊ะหารือผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายความมั่นคงที่เป็นคณะกรรมการของ ศบ.ทก.
ขณะที่ กองทัพไทย แสดงท่าทีเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบ นำตัวคนผิดมาลงโทษ พร้อมชดเชย เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด แม้กัมพูชาจะปฏิเสธ และยืนยันไม่ละเมิดอนุสัญญาออตตาวาก็ตาม
มุมมองของผู้เชี่ยวชาญการต่างประเทศ อย่างอาจารย์ปณิธาน มองว่า อนุสัญญาออตตาวา ในเชิงปฏิบัติไม่มีบทลงโทษ แต่ไทยทำหนังสือประท้่วงได้ รวมประเทศพันธมิตรให้ร่วมลงมติกดดันกัมพูชาได้ หรือ ตัดเงินช่วยเหลือทางต่างประเทศได้
ส่วนขั้นตอนการยื่นประท้วง อาจารย์ปณิธาน บอกว่าไทยต้องยื่นหลักฐานทั้งหมดให้กับยูเอ็น ส่วนภูมิภาค หรือจะส่งให้หน่วยงานอนุสัญญาออตตาวาก็ได้ แต่วิธีนี้ จะใช้เวลาค่อนข้างนาน
ต้องจับตา ไทยจะมีมาตรการใดออกมาตอบโต้กัมพูชาบ้าง ซึ่ง ศบ.ทก. จะแถลงท่าทีและแสดงจุดยืนถึงแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจน เที่ยงตรง วันพรุ่งนี้
จากกรณี นายแฮง รัตนา ผู้อำนวยการสำนักงานปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา กล่าวหาว่าทหารไทยฝังทุ่นระเบิดใหม่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ้างว่ามีภาพและคลิป
ล่าสุด พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยืนยัน ทุ่นระเบิดที่ตรวจพบที่ช่องบกและพื้นที่อื่น ๆ เป็นระเบิดชนิด PMN-2 ซึ่งเป็นระเบิดสังหารบุคคล ผลิตจากประเทศรัสเซีย
ซึ่งกองทัพบกไทยไม่มีระเบิดชนิดนี้ ไม่เคยมีในสารบบ และไม่เคยมีการนำมาใช้ในการปฏิบัติงานในทุกพื้นที่แนวชายแดน
ส่วนภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ นั้น พลตรี วินธัย ระบุว่า เป็นภาพจากภารกิจของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ในช่วงการฝึกเก็บกู้ ไม่ใช่การวางกับระเบิด ซึ่งการนำเสนอลักษณะนี้ เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความเสียหายต่อไทยอย่างร้ายแรง
และ ที่นายแฮง รัตนา กล่าวว่าทุ่นระเบิดอยู่ในเขตไทย ฝ่ายไทยต้องรับผิดชอบ พร้อมอ้างมาตรา 5 ของอนุสัญญาออตตาวา ยิ่งสะท้อนว่าทุ่นระเบิดที่พบ อยู่ในเขตของไทย แสดงถึงการรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย ด้วยวิธีการแอบลักลอบข้ามแดนเข้ามาวางทุ่นระเบิดเอาไว้
และยังขัดแย้งกับการให้ข่าวของกัมพูชา ที่ พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงผ่านเฟซบุ๊ก กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ว่า ทหารไทยเหยียบกับระเบิดที่บ้านเตโชรโกฏ จังหวัดพระวิหาร
ซึ่งการออกมาให้ข่าวย้อนแย้งกันเองของฝ่ายกัมพูชา แสดงให้เห็นถึงความผิดพลาดในการพยายามบิดเบือนข่าวจนต้องออกมาแก้ข่าวกันเอง
กองทัพบก ยืนยันว่า ประเทศไทยและกองทัพไทยปฏิบัติตามพันธกรณีตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด เรียกร้องให้กัมพูชายุติการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ