1 ใน 100 เรื่องร้องเรียนตรวจสอบ พระ

View icon 66
วันที่ 20 ก.ค. 2568 | 16.22 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - มาดูการบ้านของตำรวจสอบสวนกลางกันหน่อย หลังเปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ไปได้ไม่กี่วัน ก็มีคน โทร. คนส่งข้อมูลทาง Inbox รวม ๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 100 เรื่อง ขอให้ช่วยตรวจสอบเรื่องของ "พระ" ที่อาจมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

อย่างที่รู้ ๆ กันว่า ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาฯ เกิดขึ้นมา เพราะคดี "สีกากอล์ฟ" ที่เชื่อว่ายังมีเรื่องทำนองนี้อีกมาก ที่มีคนรู้ข้อมูลแต่อาจมีหลักฐานไม่พอ จึงได้แต่ปล่อยผ่าน เก็บงำไว้ในใจมานาน

หนึ่งในนั้น มีคนที่ โทรไปร้องกับศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาฯ และแจ้งข้อมูลกับทีมข่าว 7HD ว่าไปเจอเรื่องนี้เมื่อปี 2562 ตอนนั้นกำลังนำภัตราหารไปถวายให้กับ เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ มีชื่อเสียงมาก และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวไทย ชาวต่างชาติ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในกรุงเทพฯ

แล้วไปเห็น พระชั้นผู้ใหญ่รูปนี้ อยู่กับสีกาสองต่อสอง ตอนเวลา 05.45 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ พระรูปนี้เพิ่งจะสรงน้ำเสร็จ ก่อนจะมีภาพไม่เหมาะสมที่เห็นแล้วถึงกับอึ้งเลย จากนั้นไม่นานก็มีพระลูกวัดเดินมาไล่เหมือนหมู เหมือนหมา จนทำให้ตัวเองรู้สึกหมดศรัทธา ไม่ไปทำบุญที่วัดแห่งนี้อีกเลย

เรื่องนี้สอดคล้องกับผลสำรวจของ นิด้าโพล พอดี จากสุ่มตัวอย่าง 1,310 ตัวอย่าง พบว่ากว่า 76% เห็นว่า พระสงฆ์จำนวนหนึ่ง ยังไม่ตัดขาดทางโลก กว่า 45% เชื่อว่าพระยังหลงในลาภ ยศ สรรเสริญ และตำแหน่งทางสงฆ์ 40% เห็นว่าผู้ที่ออกบวช เพราะมองว่า "พระ" คืออาชีพหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ มีเพียง 0.46% เท่านั้น ที่คิดว่า พระพุทธศาสนาในปัจจุบัน ไม่มีปัญหาใด ๆ

ส่วนเรื่องความเลื่อมใสศรัทธา พบว่า 58% ความศรัทธาต่อ "พระสงฆ์" ลดลง ส่วนความศรัทธาใน "ศาสนาพุทธ" กว่า 68% ยังเห็นว่าเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยกับการแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ ให้ลงโทษ "พระ" ที่กระทำอาบัติปาราชิก มากถึงกว่า 80% ส่วนการลงโทษผู้สมัครใจเสพเมถุน เห็นด้วยเพียงกว่า 17% เท่านั้น

ซึ่งตัวเลข 68% ที่ยังเลื่อมใสในศาสนาพุทธเหมือนเดิม ก็ตรงกับข้อมูลที่เราไปลงพื้นที่ สอบถามความเห็นจากชาวบ้าน ที่ไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่ง พูดตรงกันว่าแยกแยะได้ ว่าทำบุญส่วน ทำบุญ บุคคลส่วนบุคคล ไม่อยากให้คนนำมาเหมารวม แล้วมองว่า ศาสนาพุทธ นั้นไม่ดี

สอบถามเรื่องการรับแจ้งเบาะแส กับศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาฯ ก็ยอมรับว่า กว่า 100 เรื่อง ที่แจ้งกันเข้ามา มีทั้ง พระเสพเมถุน, พระยักยอกเงินวัด, เสพยาเสพติด และอีกหลาย ๆ พฤติกรรม ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว จะต้องคัดแยกประเภท พฤติการณ์ แล้วส่งต่อให้ชุดสืบสวนไปหาข้อมูลต่อ ส่วนเหตุที่หลายคน โทร.ติดยาก เพราะมีผู้ โทร.เข้ามาแจ้งเบาะแสเยอะมากจนสายแทบไหม้ แนะนำให้แจ้งเบาะแสผ่าน Inbox ของ "ตำรวจสอบสวนกลาง" และถ้ามีเอกสาร คลิปวิดีโอ จะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนอย่างมาก

และจากพฤติกรรมของพระสงฆ์หลายรูป ที่บั่นทอนความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งประเทศ ทำให้ กำลังจะมีการพิจารณาเสนอญัตินี้เข้าที่ประชุมวุฒิสภา โดย นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะ และวัฒนธรรม วุฒิสภา คาดว่าจะสามารถพิจารณาได้ทันใน วันอังคารที่ 22 กรกฎาคมนี้

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งมติมหาเถรสมาคมวาระพิเศษ เรื่องแนวทางดำเนินการกรณีพระภิกษุกระทำผิด และถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดพระธรรมวินัยประเภทครุกาบัติ 

สมเด็จพระสังฆราชทรงห่วงใยสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีพระภิกษุในตำแหน่งสำคัญกระทำผิด หรือถูกกล่าวหาว่าทำผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งกระทบความเชื่อมั่นของพุทธศาสนิกชน จึงมีพระบัญชาให้ประชุมด่วน เพื่อหาแนวทางแก้ไข สรุปใจความสำคัญได้ว่า เจ้าคณะตั้งแต่ระดับสูงถึงเจ้าอาวาส ต้องตรวจสอบพระภิกษุในปกครองอย่างใกล้ชิด

ให้สำนักพุทธฯ ประสานตำรวจ และเจ้าคณะใหญ่ เพื่อส่งข้อมูล พยานหลักฐาน หากพบว่าพระรูปใดทำผิดวินัยชัดเจน ให้เรียกสอบ และหากพระรูปนั้นโต้แย้ง ต้องมีการพิจารณาโดยเร็ว และเด็ดขาด หากพิสูจน์ว่าพระรูปใดต้องอาบัติปาราชิก ต้องสละสมณเพศทันที แต่หากเป็นอาบัติร้ายแรง จะถูกปลดจากตำแหน่ง แม้ยังคงเป็นพระอยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง