ทนายรณณรงค์ เปิดกฎหมายให้คิดตาม เลขบัตรประชาชน 13 หลักที่บอกว่าไม่ใช่ของหลวงพ่ออลงกต ถูกนำใช้ไปเปิดบัญชีธนาคารได้จริง ถูกนำไปโฆษณาเชิญชวนให้บริจาค หากเรื่องนี้ไปถึงขั้นสอบสวนจริง ๆ จะมีคนถูกควบคุมตัวกี่คน ฉ้อโกงประชาชนจะลามไปถึงฟอกเงิน
โซเชียลจับจ้องตาไม่กะพริบ หลังกรมการปกครองออกมาชี้แจงว่า เลขบัตรประชาชน 13 หลักของหลวงพ่ออลงกต หรือพระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต พูลมุข : นามสกุล พูลมุข มีสระ อู) มีเลขประจำตัวประชาชนคนละหมายเลขกับ นายอลงกต พลมุข (ผู้เสียชีวิตแล้ว) ยืนยันว่า บุคคลทั้งสองมิใช่บุคคลคนเดียวกัน และเลขประจำตัวประชาชนไม่ซ้ำกัน ส่วนกรณี "หลวงพ่ออลงกต" เปิดบัญชีพร้อมเพย์รับบริจาคบัญชีกองทุนอาทรประชานาถ ตรงกับชื่อคนตาย ต้องให้แบงก์ตรวจสอบ
ด้านทนายรณณรงค์ หรือนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การใช้ชื่อหรือเลขบัตรประชาชนของคนอื่น มีความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการ หากโยงไปถึงการรับบริจาค เข้าข่าย ฉ้อโกงประชาชน และอาจต่อเนื่องถึง คดีฟอกเงิน
ลองนึกภาพตามนะครับ กรมการปกครองออกมาชี้แจงว่า เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต ไม่ตรงตามที่สื่อมวลชนนำเสนอ แต่ปัญหาคือ สิ่งที่สื่อใช้อ้างอิงคือ ใบสุทธิพระภิกษุ ซึ่งก็คือ เอกสารทางราชการเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้น เลขบัตรประชาชน 13 หลักที่บอกว่า “ไม่ใช่ของหลวงพ่อ” กลับถูกใช้ไป เปิดบัญชีธนาคารได้จริง
แล้วบัญชีธนาคารนี้ถูกเอาไปโฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนโอนเงินบริจาคอีกต่างหาก นี่คือประเด็นใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่อง “ผิดวัตถุประสงค์การใช้เงินบริจาค” แต่คือ ผิดตัวตั้งแต่ต้น การโฆษณาเชิญชวนให้บริจาคด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ เสี่ยงทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 (นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์) และประมวลกฎหมายอาญา ม.343 (ฉ้อโกงประชาชน) คำถามคือ หากเรื่องนี้ไปถึงขั้นสอบสวนจริง ๆ จะมีคนถูกควบคุมตัวกี่คน