ฝนเท ทำอ่างฯหลายแห่งน้ำเกือบเต็ม เร่งพร่องน้ำรับฝนหนัก 30 ส.ค.–1 ก.ย. นี้

ฝนเท ทำอ่างฯหลายแห่งน้ำเกือบเต็ม เร่งพร่องน้ำรับฝนหนัก 30 ส.ค.–1 ก.ย. นี้

View icon 887
วันที่ 30 ส.ค. 2568 | 18.39 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (30 ส.ค. 68) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 52,541 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 69% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 23,964 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 18,337 ล้าน ลบ.ม. (74% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 6,534 ล้าน ลบ.ม.

ประกอบกับระยะนี้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำมากถึง 8,078 ล้าน ลบ.ม. (85% ของความจุอ่างฯ) จากการประชุมหารือร่วมกันกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนสิริกิติ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ประชุมมีมติคงการระบายน้ำในเกณฑ์ 50 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน

โดยจะคงการระบายดังกล่าวไปจนถึงวันที่ 10 ก.ย. 68 เพื่อพร่องน้ำและลดผลกระทบพื้นที่ด้านท้าย

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่าพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ได้ทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน “หนองฟ้า” คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในช่วงบ่าย และอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน ก่อนเคลื่อนปกคลุมลาวตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยในคืนนี้ อิทธิพลของพายุ

ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.–1 ก.ย. 68 โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

กรมชลประทานได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับฝนที่จะตกหนัก ดังนี้

- จัดเตรียมเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยง ให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา

- พร่องน้ำจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำล่วงหน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนที่จะตกลงมาอีก

- ตรวจสอบและซ่อมแซมอาคารชลประทาน คันกั้นน้ำ และประตูระบายน้ำ ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา

- กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ