เก็บหลักฐานร่องรอยกระสุนบนปราสาทตาเมือนธม ประณามเขมร

เก็บหลักฐานร่องรอยกระสุนบนปราสาทตาเมือนธม ประณามเขมร

View icon 184
วันที่ 2 ก.ย. 2568 | 08.43 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นักนิติวิทยาศาสตร์ เก็บหลักฐานร่องรอยกระสุนบนปราสาทตาเมือนธม ประณามกัมพูชาระดมยิงทั้งปืนเล็ก ปืนใหญ่ จรวด BM-21 ใส่โบราณสถาน เปลี่ยนปราสาทตาควายเป็นฐานทหาร-ฝังทุ่นระเบิด โจมตีทำลายมรดกทางวัฒนธรรม

วันนี้ (2 ก.ย.68) เพจกองทัพบก ทันกระแส เปิดภาพขณะเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าถ่ายภาพและเก็บหลักฐานร่องรอยกระสุน และความเสียหายจาก จรวด BM-21 ที่ฝ่ายกัมพูชาระดมยิงใส่ปราสาทตาเมือนธม พร้อมระบุว่า ในวันปะทะ พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม คือที่แรก ที่กัมพูชาเริ่มยิงใส่ทหารไทย กัมพูชาพยายามเข้ามายึดพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม โดยการระดมยิงทั้งปืนเล็ก ปืนใหญ่ จรวด BM-21 ใส่ปราสาทตาเมือนธม แต่ทหารไทยยังคงรักษาไว้ได้

กัมพูชาละเมิด อนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในกรณีพิพาททางอาวุธ ค.ศ. 1954 (Hague Convention 1954) นอกจากนี้ กัมพูชายังเป็น ภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลก และมีแหล่งมรดกโลกอันทรงคุณค่าหลายแห่งภายใต้การดูแล สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความรับผิดชอบของกัมพูชาที่ต้องปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ตามที่ได้ร่วมเป็นภาคี ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสวนทางกับหลักการและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง

อีกทั้ง ยังพบว่า ทหารกัมพูชาได้จงใจนำโบราณสถานอย่างปราสาทตาควาย มาใช้ประโยชน์ในทางทหาร โดยเปลี่ยนโบราณสถานให้กลายเป็นฐานที่มั่นในการปฏิบัติการ ฝังทุ่นระเบิดทำลายบุคคลโดยรอบพื้นที่โบราณสถาน ซึ่งจะมีโอกาสสูงมากที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวโบราณสถาน สิ่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิกเฉยต่อกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นการกระทำที่ ไร้ซึ่งความเคารพต่อมรดกทางวัฒนธรรม

การกระทำเช่นนี้ย่อมทำให้โบราณสถานเหล่านี้ ตกอยู่ในอันตรายอย่างเห็นได้ชัด จากการเป็นเป้าโจมตี อันเป็นสถานการณ์ที่กัมพูชาเป็นผู้สร้างขึ้นเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง