บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขยายผลคดีความมั่นคง ควบคุมตัวบุคคลเป้าหมายเข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบข้อมูลหรือเบาะแสที่เป็นประโยชน์ แจ้งสายด่วน 1341 ข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ
วันนี้ ( 27 ก.ค.69) เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 42 บูรณาการกำลังร่วมกับสถานีตำรวจภูธรยะหริ่ง ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เพื่อขยายผลการสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง ซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ในพื้นที่ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
จากการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย 3 คน ได้แก่ นายซานูซี (สงวนนามสกุล) นายมะสักรี (สงวนนามสกุล) และนายอิสมาแอล (สงวนนามสกุล) เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง ขยายผลการสืบสวน และตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีดังกล่าว
ภายหลังการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการซักถามประวัติเบื้องต้น พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรยะหริ่ง ก่อนนำผู้ถูกควบคุมตัวเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลยะหริ่ง ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ภายใต้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
จากนั้นได้ส่งตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม โดยแยกไปยังศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 43 จำนวน 1 คน และหน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า ณ ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี จำนวน 2 คน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การเชิญตัวบุคคลเข้าสู่กระบวนการซักถามเป็นการดำเนินการตามพยานหลักฐานและข้อมูลจากการสืบสวน เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคง โดยผู้ถูกควบคุมตัวยังคงได้รับสิทธิและความคุ้มครองตามกฎหมายทุกประการ และการเข้าสู่กระบวนการซักถาม มิได้หมายความว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้กระทำความผิด หากไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมและปล่อยตัวตามขั้นตอนของกฎหมาย
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายทุกภารกิจดำเนินไปภายใต้หลักนิติธรรม เคารพหลักสิทธิมนุษยชน และสามารถตรวจสอบได้ตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบข้อมูลหรือเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ หรือสายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ