หวั่นเป็นกลลวงของเขมร ปลอดประสพแนะรัฐบาลใหม่อย่ากดดันเปิดด่าน

หวั่นเป็นกลลวงของเขมร ปลอดประสพแนะรัฐบาลใหม่อย่ากดดันเปิดด่าน

View icon 132
วันที่ 12 ก.ย. 2568 | 11.16 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปลอดประสพแนะรัฐบาลใหม่อย่ากดดันทหารเปิดด่าน หวั่นเป็นกลลวง เขมรยอมรับทั้ง 4 เงื่อนไขแบบง่าย ๆ เพราะต้องการเปิดด่านทุกแห่งเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า ขอให้นึกถึงทหารที่ต้องพลีชีพ ขาขาด และบาดเจ็บอีกเกือบ 500 นาย

ผลการประชุม GBC ไทย-กัมพูชา วันนี้ (12 ก.ย.68) ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า น่าสนเท่ห์และคลางแคลงใจมาก สำหรับการประชุม GBC/RBC เมื่อวันที่ 10 ก.ย.68 เขมรยอมตกลงแบบง่าย ๆ กับไทย 4 ข้อใหญ่ 1) ถอนอาวุธหนักที่มีอานุภาพทำลายสูง เช่น รถถัง ปืนใหญ่ จรวดหลายลำกล้องโดยเร็ว 2) เก็บกู้ทุ่นระเบิด PM2 ของเขมรภายใน 1 เดือน 3) เขมรจะปราบสแกมเมอร์ หัวใจของการหลอกลวงชาวโลกโดยทันที โดยไทยมอบเป้าหมายให้ไป 60 จุด และ 4) สร้างความสงบที่บ้านหนองจาน
    
“แปลกที่เขมรไม่เคยยอมรับเลยว่า เป็นผู้วางทุ่นระเบิด แต่กลับยอมรับจะร่วมกู้ภายใน 1 เดือน เขมรไม่เคยยอมรับเลยว่า ตนเองคือศูนย์กลางของสแกมเมอร์และคอลเซนเตอร์ ที่อาละวาดหลอกคนไปทั่วโลก แต่กลับยอมรับว่า จะปราบปรามกำจัด เขมรต้องการความสงบที่หนองจาน แต่โดยข้อเท็จจริงเมื่อวานนี้ (11 ก.ย.68)  ทหารเขมรยังยุคนเขมรมาตั้งแถวด่าทหารไทยอยู่เลย” ดร.ปลอดประสพ ระบุ

ข้อความตอนหนึ่ง ดร.ปลอดประสพ ระบุด้วยว่า ตนนึกถึงคำเตือนของ พล.อ. พิเชษฐ์ วิสัยจร อดีต ผบ.พล. 6 ซึ่งได้เตือนคณะเจรจาให้ใจเย็น ๆ อย่ารีบสรุปและอย่าเชื่อถือคำมั่นสัญญาของเขมรนัก โดยเฉพาะครั้งนี้มันดูง่ายเกินไป ผิดสันดานดั้งเดิม      เขมรนั้นเกลียดแต่ก็กลัวไทย เขมรถูกไทยปกครองมานานเกือบ 400 ปี และแถมในช่วงแรกของสงครามเอเชียบูรพา ไทยยังยึดคืนเสียมราฐ พระตะบอง และศรีโสภณกลับคืนมาได้อีก ปมด้อยของเขมรที่มีต่อไทยไม่เคยจืดจางหายไป ดูได้จากตำราเรียนของเขมร

ดังนั้น เมื่อไหร่ที่เขมรอาละวาดต่อไทยได้เขาจะทำทันที ผมเชื่อว่า การยอมรับเงื่อนไขอย่างง่ายดายต่อไทยในครั้งนี้ เป็นเพียงกลลวงอีกครั้งหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะเป้าหมายหลักของเขาคือการเปิดด่านทุกแห่งเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า และไม่ให้ประชาชนด่ารัฐบาลว่าเป็นต้นเหตุ

ดร.ปลอดประสพ ฝากคำแนะนำฝ่ายการเมือง คือ รัฐบาลใหม่ว่า อย่าไปกดดันฝ่ายทหารเรื่องการเปิดด่านเป็นอันขาด ส่วนพ่อค้าไทยตามชายแดนก็เช่นกัน ต้องรู้จักอดทน ยอมเสียสละรายได้บ้าง ให้นึกถึงทหารที่ตายไป 14 ท่าน ขาขาดไปอีก 6 นาย และบาดเจ็บไปอีกเกือบ 500 นาย ขอย้ำเตือนฝ่ายการเมืองอีกครั้งว่า ความสำเร็จในการรวบรัดเจรจาแบบฉาบฉวยกับเขมร มันไม่ถือเป็นสิ่งน่าเท่ห์หรอก บูรณภาพของดินแดนไทยและความสงบสุขตามแนวชายแดนที่ยั่งยืนต่างหากที่ประเทศไทยและคนไทยต้องการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง