สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า (GISTDA) เปิดเผยข้อมูล ณ 15 ก.ย.68 เส้นเฝ้าระวังชายฝั่ง (Coastal Monitoring Line: CM. Line) ที่ใช้การแปลตีความจากข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม ร่วมกับการสำรวจข้อมูลภาคสนาม และตรวจสอบความถูกต้อง จากระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่งทะเลไทยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่

เปรียบเทียบข้อมูลเส้นเฝ้าระวังชายฝั่ง ระหว่างปีพ.ศ. 2562 กับปี 2567 ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาพื้นที่แนวชายฝั่งไทย พบว่ามีพื้นที่ที่ถอยร่น หรือ หายไป โดยบางพื้นที่ต้องเผชิญการกัดเซาะชายฝั่ง จนชายหาดค่อยๆ หายไป รวมแล้วกว่า 77 ตำบล ทั่วประเทศเกิดแนวชายฝั่งที่ถอยร่นลง ซึ่งสะท้อนผล กระทบจากทั้งธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ โดยตำบลที่มีแนวชายฝั่งลดลงมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
ต.บางตาวา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี
ต.ไม้แก่น อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี
ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ต.ปากน้ำ อ.หลังสวน จ.ชุมพร
ขณะที่ พื้นที่ที่ฟื้นคืนในอีกด้านหนึ่ง ธรรมชาติยังทำงานเงียบ ๆ ผ่านการทับถมของตะกอนดินและการฟื้นฟู จนแนวชายฝั่งของไทยพบว่า 241 ตำบลมีพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ภาพรวมไทยได้พื้นที่ชายฝั่ง เพิ่มขึ้นกว่า 8,500 ไร่ ในรอบ 5 ปี ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าการฟื้นตัวมากกว่าการสูญเสีย โดยตำบลที่มีแนวชายฝั่งเพิ่มมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี
ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
ต.บางกรวย อ.เมือง จ.ชลบุรี
ต.ท่าพญา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
GISTDA ระบุว่า การติดตามด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมจึงไม่ใช่แค่ข้อมูลเชิงวิชาการ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนและปรับตัวเพื่อรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ชายฝั่งไทยยังคงงดงามและมั่นคงต่อไป