ยายอายุ 76 ปี ปั่นจักรยาน 4 กม.ขอความช่วยเหลือตร. หลังแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรขู่เกี่ยวข้องบัญชีม้ามีเงินโอนเข้าหลักล้าน
(19 ต.ค. 68) นางอุบล อายุ 76 ปี ชาวบ้านสี่เหลี่ยม ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ปั่นจักรยานไปหา ร.ต.ต.หนึ่ง ไชยมงคล รองสารวัตรสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ ปั่นมาไกลกว่า 4 กิโลเมตร เพื่อปรึกษาขอความช่วยเหลือ หลังมีโทรศัพท์ปลายสายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งที่ จ.ชัยภูมิ โทรมาบอกว่ามีเงินจากบัญชีม้าโอนเข้าบัญชีของยาย 1 ล้านบาท แล้วบอกให้ยายส่งข้อมูลบัญชีธนาคารทุกธนาคารที่มีเข้าไปให้เพื่อตรวจสอบ และจะต้องเดินทางไปธนาคารที่ จ.ชัยภูมิ ภายใน 2 ชั่วโมง หากไม่ทำตามจะถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ยายอุบล เครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับ กลัวจะถูกดูดเงินในบัญชี และกลัวถูกดำเนินคดี เพราะไม่รู้ว่าคนที่โทรมาเป็นมิจฉาชีพหรือเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ จึงตัดสินใจปั่นจักรยานไปหา ร.ต.ต.หนึ่ง ซึ่งเป็นตำรวจชุดสืบสวนที่คุณยายรู้จัก
หลังจาก ร.ต.ต.หนึ่ง ได้รับฟังเรื่องราวจากคุณยาย ก็มั่นใจว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์แน่นอน พร้อมแนะนำให้คุณยายไปแจ้งความที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ไว้เป็นหลักฐาน และห้ามส่งข้อมูลหรือโอนเงินไปให้คนที่โทรมาหาเด็ดขาด พร้อมยังเตือนคุณยาย และฝากถึงประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุด้วยว่า หากได้รับโทรศัพท์ในลักษณะดังกล่าว อย่าไปหลงเชื่อเด็ดขาด เพราะจะถูกหลอกสูญเสียทรัพย์สิน หากมีข้อสงสัยให้ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแจ้งความไว้เป็นหลักฐานได้
คุณยายอุบล เล่าให้ฟังอีกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาข่มขู่ แต่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ถึงเดือดก้โทรมา อ้างว่า โทรมาจากจังหวัดศรีสะเกษ หลอกว่า มีเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารของยาย 2.5 ล้านบาท และหลอกให้ยายเข้าไปทำรายการ พร้อมกับส่งเอกสารไปตรวจสอบ ตอนนั้นก็เล่าให้ลูกหลานฟัง ลูกหลานก็รีบพาไปยกเลิกบัญชีที่ใช้งานอยู่ แล้วเปิดบัญชีใหม่ พร้อมเปลี่ยนบัตร ATM ด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้โดนดูดเงิน แต่ล่าสุดวันที่ 16 ต.ค.68 ที่ผ่านมา ก็มีสายปริศนาโทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารอีก ยายไม่สบาย ไม่รู้ว่าได้ข้อมูลยายไปได้อย่างไร พอโดนแบบนี้บ่อย ๆ ก็เครียด เพราะ ป่วยสแกนสมองตีบ และโรคความดัน อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือสแกมเมอร์ด้วย อย่าปล่อยให้มาหลอกลวงผู้สูงอายุแบบนี้เลย