วันนี้ (1 พ.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จับกุมตัวผู้ต้องหา นายขจรศักดิ์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 หมายจับ
1) หมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.124/2566 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง, ฉ้อโกงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน, นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
2) หมายจับศาลจังหวัดแม่สะเรียง ที่ จ.36/2565 ลงวันที่ 6 ก.ค.65 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “โดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ภายในพื้นที่ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้จับกุม นายขจรศักดิ์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์
หลังสืบทราบว่าเป็นเจ้าของบัญชีม้าสำคัญที่เครือข่ายมิจฉาชีพใช้หลอกขายสินค้าออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมากทั่วประเทศ
โดยช่วงปี 2565 - 2566 กลุ่มมิจฉาชีพได้สร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมหลายรูปแบบ ทั้งเพจขายเสื้อผ้าแฟชัน และสินค้ามือสอง โดยใช้กลอุบายตั้งราคาถูกเกินจริงเพื่อดึงดูดความสนใจ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของ นายขจรศักดิ์ มิจฉาชีพจะบ่ายเบี่ยงการส่งเลขพัสดุและตัดการติดต่อในที่สุด
จากการขยายผลพบว่าเครือข่ายนี้มีแผนประทุษกรรมหลายรูปแบบ เปลี่ยนชื่อเพจไปเรื่อยๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ แต่กลับใช้บัญชีธนาคารเดิมในการรับเงิน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.3 บก.ปอศ. ได้ดำเนินการสืบสวนทราบว่า นายขจรศักดิ์ฯ เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดระยอง และศาลจังหวัดแม่สะเรียง จึงวางแผนเข้าจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบริษัทแห่งหนึ่งในเขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการจับกุมตัวนายขจรศักดิ์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พร้อมทั้งประสานงานไปยังพื้นที่ที่มีหมายจับเพิ่มเติมเพื่ออายัดตัวดำเนินคดีตามขั้นตอน ขณะนี้ บก.ปอศ. กำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามกลุ่มนายหน้าจัดหาบัญชีและตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง พบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยถูกจับกุมในคดียาเสพติด (ยาบ้า) เมื่อปี 2560 ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ก่อนจะผันตัวมาเข้าสู่ขบวนการขายบัญชีม้า โดยนายขจรศักดิ์ ยอมรับสารภาพว่า ตนได้ขายบัญชีธนาคารให้กับบุคคลที่ไม่รู้จักในราคา 5,000 บาทต่อบัญชี ทั้งที่ทราบดีว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้ในแต่ละคดีจะมีมูลค่าความเสียหายตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาท
ทำให้ผู้เสียหายบางรายไม่แจ้งความ แต่เมื่อรวมยอดการโอนเงินผ่านบัญชีดังกล่าวจากผู้เสียหายหลายสิบรายทั่วประเทศ พบว่ามีมูลค่ารวมสูงถึงหลักแสนบาท จึงได้ดำเนินการประสานผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหาย เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับชายดังกล่าวตามกฎหมาย จนกว่าคดีจะถึงที่สุด