วันนี้ (2 พ.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นางสาว ศิริวรรณ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ
1.ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1265/2567 ลงวันที่ - กรกฎาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงน้ำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
2.ศาลอาญา ที่ 4986/2568 ลงวันที่ 29 เดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" หรือ "เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด"”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนในพื้นที่ ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง
สืบเนื่องจากผู้เสียหาย น.ส.คัทรียา อายุ 30 ปี ได้กดเข้าไปดูหน้าเฟซบุ๊กของตนเองและพบเพจโฆษณาเกี่ยวกับการทำงานออนไลน์ ผู้เสียหายอยากหางานออนไลน์ทำจึงสนใจจึงได้กดลิงก์ดังกล่าว ปรากฏให้แอดไลน์ ใช้ชื่อบัญชีไลน์ว่า “มะปราง”
จากนั้นได้คุยรายละเอียดเกี่ยวการทำงานและได้ให้ผู้เสียหายเข้าเว็บไซต์ และได้ให้รหัสผ่านผู้เสียหายมาไปยังธนาคาร ชื่อบัญชี ศิริวรรณ หลังจากนั้น ไลน์ดังกล่าวได้ให้เพิ่มเพื่อน จากนั้น มะปรางได้ให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อเป็นการทำงานโดยผู้แจ้งโอนผ่านบัญชีธนาคาร
หลังจากนั้นบัญชีไลน์ดังกล่าวได้แนะนำวิธีการในการทำงานหลังจากนั้นบัญชีไลน์ดังกล่าวให้ผู้แจ้งทำ 5 กิจกรรม แล้วจะได้เงินคืนพร้อมกำไร หลังจากที่ผู้เสียหายได้ทำกิจกรรมครบแล้ว ผู้เสียหายได้เงินคืนจำนวน 916.40 บาท และผู้เสียหายได้ถอนออกมา หลังจากนั้นบัญชีไลน์ดังกล่าวได้ดึงผู้เสียหายเข้ากลุ่มไลน์ และแจ้งกับผู้เสียหายว่าจะได้เงินพิเศษคูณ 2
โดยให้ผู้เสียหายดำเนินการโอนเงินเพื่อทำกิจกรรม 10 กิจกรรม ผู้เสียหายสนใจจึงได้ทำงานต่อ โดยผู้เสียหายโอนเงินไปเพื่อทำกิจกรรมหลังจากผู้เสียหายได้โอนเงินรอบสุดท้ายไปแล้ว บัญชีไลน์ดังกล่าวได้ให้ผู้เสียหาย โอนเงินไปเพิ่มเนื่องจากเป็นค่าถอนเงิน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกจึงไม่ได้โอนเงินไปเพิ่มอีกแต่อย่างใด
จากเหตุการณ์ดังกล่าวผู้เสียหาย จึงเชื่อว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาหลอกลวงให้โอนเงินในการทำงาน รวมเป็นเงิน จำนวน 155,597 บาท จึงมาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับบัญชีไลน์ดังกล่าวข้างต้น
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า น.ส.ศิริวรรณ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ 1265/2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงน้ำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ได้เดินทางเพื่อจะมาขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟลำปาง ต.สบตุ๋ย
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเดินทางไปตรวจสอบและเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงพบน.ส.ศิริวรรณ ยืนอยู่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงบัตรข้าราชการและแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ดูจนเป็นที่พอใจ สอบถามชื่อบุคคลดังกล่าว รับว่าชื่อ น.ส.ศิริวรรณ พร้อมขอดูบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งตรงกันกับบุคคลตามหมายจับฉบับนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับให้ดู อ่านให้ฟัง และให้อ่านเองจนเข้าใจดี ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับฉบับนี้มาก่อนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แจ้งว่า จะต้องถูกจับกุม
จากการตรวจสอบจากระบบ CRIMES พบว่า น.ส.ศิริวรรณ ยังมีหมายจับของศาลอาญา ที่ 4986/2568 ลงวันที่ 29 เดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มอีกจำนวน 1 หมายจับ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวผู้ถูกจับมาทำบันทึกจับกุมที่ หน่วยบริการตำรวจท่องเที่ยวลำปาง และควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป