สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

View icon 263
วันที่ 21 ต.ค. 2568 | 20.06 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 15.54 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เดิมชื่อวัดแหลม หรือ วัดไทรทอง ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด จนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ เป็นผู้บัญชาการกองทัพในส่วนการรักษาพระนคร ในคราวกบฏเจ้าอนุวงศ์ ทรงตั้งกองบัญชาการบริเวณ "วัดแหลม" นี้ เมื่อปราบกบฏเสร็จสิ้น ทรงร่วมกับพระอนุชาและพระขนิษฐา เจ้าจอมมารดาเดียวกัน 4 พระองค์ บูรณปฏิสังขรณ์วัดแหลม และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช ได้พระราชทานนามว่า "วัดเบญจมบพิตร" มีความหมายว่าเป็นวัดของเจ้านาย 5 พระองค์

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้สร้างสวนดุสิต จึงทรงทำผาติกรรมสถาปนาวัดขึ้นใหม่ โดยรวมวัดดุสิต หรือ วัดดุสิตาราม ที่อยู่ใกล้กัน พระราชทานนามว่า "วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม" และมีพระราชดำริให้วัดแห่งนี้ เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม สำหรับมหานิกาย ทั้งยังทรงสร้างเสนาสนะภายในพระอาราม เช่น พระอุโบสถ พระที่นั่งทรงผนวช พระที่นั่งทรงธรรม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หล่อพระพุทธชินราช และอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นพระประธานพระอุโบสถที่ออกแบบอย่างงดงามโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ปัจจุบัน มีพระธรรมวชิราธิบดี เป็นเจ้าอาวาส มีพระสงฆ์และสามเณร รวม 104 รูป

เวลา 16.40 น. เสด็จแทนพระองค์ไปยังพระอุโบสถ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน เป็นวัดที่ 2

วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เป็นอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นบนพื้นที่สวนกาแฟที่รกร้าง ซึ่งทรงซื้อด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ พร้อมทั้งกำหนดลักษณะขนาดของอาคารและเครื่องตกแต่งสถาปัตยกรรมด้วยพระองค์เอง เพื่อเป็นพระอารามหลวงประจำรัชกาล ตามโบราณราชประเพณี และเพื่อพระราชอุทิศถวายแก่พระสงฆ์ คณะธรรมยุติกนิกายโดยเฉพาะ โดยได้พระราชทานนามว่า "วัดราชประดิษฐ์สถิตธรรมยุติการาม" ทรงนิมนต์สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทโว) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ขณะทรงดำรงสมณศักดิ์ พระสาสนโสภณ (สา ปุสฺสเทโว) จากวัดบวรนิเวศวิหาร มาเป็นเจ้าอาวาส ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปฏิสังขรณ์สิ่งชำรุดทรุดโทรมทั้งวัด และเขียนจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ เสร็จแล้วแบ่งพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช บรรจุลงในกล่องศิลา แล้วเชิญไปประดิษฐานไว้ในพระพุทธอาสน์ของพระพุทธสิหังคปฏิมากร พระประธานพระอุโบสถ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ช่างกรมศิลปากร รื้อเรือนไม้ 2 หลังที่ชำรุดสร้างเป็นปราสาทยอดทรงปรางค์แบบขอม 2 หลังแทน ตั้งอยู่บนฐานไพทีด้านตะวันออก และด้านตะวันตกของพระอุโบสถ

ภายในวัดฯ มีสถาปัตยกรรมที่สำคัญ อาทิ พระวิหารหลวง หรือ พระอุโบสถ ที่ฝาผนังโดยรอบมีจิตรกรรมฝาผนังเทพยดาดั้นเมฆ, ภาพพระราชพิธี 12 เดือน และภาพการเกิดสุริยุปราคาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช นอกจากนี้ มีพระพุทธรูปจำลองประดิษฐานบนบุษบกองค์เล็ก อาทิ พระพุทธชินราช และพระพุทธชินสีห์, หอไตร เป็นปราสาทยอดปรางค์ทรงเขมร หน้าบันของซุ้มประดับด้วยปูนปั้นนูนเป็นภาพพุทธประวัติตอนประสูติ และเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ใช้เป็นที่เก็บรักษา พระไตรปิฎกและคัมภีร์ธรรมต่าง ๆ , ศาลาทรงไทย ใช้เป็นศาลาธรรมสภาแสดงปาฐกถาธรรม ทุก ๆ ก่อนวันธรรมสวนะ และหอระฆัง รูปทรงคล้ายมงกุฎ มีลวดลายศิลปะแบบไทย ประดับด้วยชามจากประเทศจีนนำมาตัดติดสีต่าง ๆ ปัจจุบัน มีพระพรหมวัชราจารย์ เป็นเจ้าอาวาส มีพระสงฆ์ จำพรรษา 26 รูป สามเณร 7 รูป

ก่อนเสด็จกลับ ทรงวางพวงมาลัย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช ณ ปราสาทพระบรมรูป ซึ่งเป็นปราสาทยอดปรางค์เป็นรูปพรหมพักตร์ ซุ้มหน้าบันตกแต่งลายปูนปั้นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หล่อพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช ขึ้นในพระราชอิริยาบถ ประทับยืนขนาดเท่าพระองค์จริง

เวลา 17.38 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จออก ณ วังศุโขทัย พระราชทานพระวโรกาสให้ นางฮาละฮ์ ยูซุฟ อะห์มัด เราะญับ (Mrs. Hala Youssef Ahmed Ragab) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ประจำประเทศไทย เฝ้าในโอกาสเข้ารับหน้าที่

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางฮาละฮ์ ยูซุฟ อะห์มัด เราะญับ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ประจำประเทศไทย ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2567

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง