ประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ ควบคุมตัวไปยังนครนิวยอร์ก เพื่อเตรียมขึ้นศาลคดีที่เขาถูกกล่าวหาว่า อยู่เบื้องหลังการลักลอบส่งยาเสพติดไปยังสหรัฐฯ
ขณะที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ นอกจากจะยืนยันว่า สหรัฐฯ จะดูแลความเรียบร้อยในเวเนซุเอลาชั่วคราวแล้ว ยังระบุด้วยว่าอาจทำกับโคลอมเบียเหมือนเวเนซุเอลา รวมถึงเม็กซิโกด้วย
ในส่วนประชาชนชาวเวเนซุเอลาในต่างแดน ส่วนใหญ่ดีใจกับการโค่นล้มอำนาจประธานาธิบดีมาดูโร ที่พวกเขามองว่าเป็นผู้นำเผด็จการ
แต่สำหรับชาวเวเนซุเอลาในบ้านเกิด พวกเขามองว่า มาดูโร คือผู้นำที่ชอบธรรม ผ่านการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับรัฐบาลเวเนซุเอลาก็มองว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ เป็นการลักพาตัวผู้นำประเทศ และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประธานาธิบดีมาดูโรทันที
ท่าทีนานาชาติยังแตกเป็นหลายฝ่าย ที่คัดค้านชัดเจนคือ จีน และรัสเซีย 2 ชาติมหาอำนาจ ประเทศเพื่อนบ้านของสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา อาทิ เม็กซิโก และโคลอมเบีย รวมถึง สเปน ประเทศในยุโรป ที่พูดภาษาเดียวกัน ต่างมองว่า การกระทำของสหรัฐฯ เป็นการแทรกแซงประเทศอื่น ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ โดยใช้กำลังรุกรานชาติอื่นที่อ่อนแอกว่า
ที่สนับสนุนสหรัฐฯ ชัดเจนคือ อิสราเอล และอาร์เจนตินา เนื่องจากนายเบนจามิน เนทันยาฮู และฮาเวียร์ มิเล ผู้นำทั้ง 2 ประเทศมีแนวคิดขวาจัด และหวังพึ่งพิงประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐฯ รวมทั้งอิตาลี ที่มองว่า มาดูโร พัวพันกับยาเสพติดจริง
ที่ยังสงวนท่าทีได้แก่ สหราชอาณาจักร พันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ และอีกหลายชาติในยุโรป ซึ่งเหมือนกับน้ำท่วมปาก ไม่เห็นด้วยแต่ก็กลัวผู้นำสหรัฐฯ ไม่พอใจ ส่วน ไทย เห็นว่า ควรใช้การเจรจาดีกว่า เหมือนกับอีกหลายประเทศ