ดีเอสไอ ค้น 5 จุด ยึดเครื่องสแกนม่านตา 4 เครื่อง โยงข้อมูลคนไทย 1.2 ล้านคน จ่อเชิญ ธรรมนัส-นฤมล เข้าให้ข้อมูลในฐานะพยาน ตามที่มีภาพปรากฎในการลงนาม MOU
วันนี้ (8 ม.ค.69) ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงการเข้าค้นบริษัทเกี่ยวข้องธุรกิจสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน แลกเหรียญดิจิทัล ภายใต้โครงการ Worldcoin อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และเครือข่ายกองทุนดังของต่างประเทศ รวม 5 จุด เบื้องต้น สามารถตรวจยึดเอกสาร และยึดเครื่องสแกนม่านตา จำนวน 4 เครื่อง นำมาตรวจพิสูจน์ว่าเครื่องดังกล่าวเก็บข้อมูลสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน มีการถ่ายโอนหรือเก็บข้อมูลไว้ที่ไหน เพราะอาจมีผลกระทบในอนาคต ส่วนผู้ต้องหาขณะนี้ยังไม่กำหนดเป็นบุคคลใดบ้าง ซึ่งต้องเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ก่อนจะทราบว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง
“กรณีสแกนม่านตาในประเทศไทย ยังไม่มีกำหนดว่าเป็นความผิดหรือไม่ แต่มีกฎหมายเทียบเคียงเป็น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หากมีการสแกนม่านตาเพื่อแลกเหรียญดิจิทัล เมื่อแลกเหรียญดิจิทัลแล้วจะเข้าข่าย พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นกฎหมายของ ก.ล.ต. ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกันว่าความผิดอะไร” ร.ต.อ.สุรวุฒิ กล่าว
ร.ต.อ.สุรวุฒิ เผยอีกว่า สำหรับการตรวจค้นวันนี้พบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ไม่เคยบอกและปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ได้มีการเก็บข้อมูลการสแกนม่านตาไว้ บอกแค่ว่าลบข้อมูลไปทั้งหมดแล้ว แต่ดีเอสไอไม่เชื่อจึงต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์หรือตรวจสอบต่อไป วันนี้ไม่เจอตัว นาย อ. ซึ่งติดต่อมาว่าทำธุระอยู่ต่างจังหวัด แต่มีการประสานส่งหมายเรียกให้แล้วก็จะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมประเด็นสอบถามไว้หมดแล้ว หลังพบว่า นาย อ. มีชื่อเป็นกรรมการทั้ง 4 บริษัท รวมทั้ง มีข้อมูลว่า นาย อ. เกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทสินทรัพย์ ค่อนข้างชัดพอสมควร ส่วนการนำเข้าเครื่องสแกนม่านตา จะนำเข้าภายหลังการลงนาม MOU หรือไม่นั้น อยู่ระหว่างสอบสวน แต่มีหลักฐานบางส่วน น่าเชื่อได้ว่าบริษัทจากสิงคโปร์ เกี่ยวข้องกับ “นายเบน สมิธ”
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กับ ศ.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ที่มีภาพปรากฏในวันที่มีการลงนาม MOU นั้น ร.ต.อ.สุรวุฒิ ระบุว่าหลังจากนี้จะต้องเชิญมาให้ข้อมูลในฐานะพยาน ตอนนี้อยากให้เป็นในเรื่องของการสืบสวนสอบสวนไม่ใช่ประเด็นเรื่องการเมือง
ทั้งนี้ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เคยไปสแกนม่านตาดังกล่าวเข้ามาให้ข้อมูลกับดีเอสไอเพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวน ซึ่งขณะนี้มีมาบ้างแล้วแต่เป็นเพียงส่วนน้อย