ศาลปราจีนบุรี สั่ง จำคุกกรรมการบริษัท 4 เดือน พร้อมปรับบริษัท 2 แสนบาท ส่วนหัวหน้าฝ่าย กม. เจอคุก 6 เดือน คดีทำซีเซียม-137 สูญหาย ชี้ ละเลยความปลอดภัย-แจ้งเหตุล่าช้า จนวัสดุถูกนำไปหลอม พวกจำเลยไม่สำนึกผิด ไม่รอลงอาญา
วันนี้ (15 ม.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ได้อ่านคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 475/2568 ที่พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัทเอกชน จำเลยที่ 1 , นายประหยัด จำเลยที่ 2 ,นายธนงศักดิ์ จำเลยที่ 3 และนายสิงห์ จำเลยที่ 4 กรณีวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 สูญหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 มาตรา 4, 5, 8, 28, 30, 91, 100, 107, 110, 122, 126, 143 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 และริบของกลางทั้งหมด โดยให้ส่งมอบแก่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควร และขอให้มีคำสั่งในคำพิพากษากรณีที่ต้องทำลายหรือจัดการของกลางโดยให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ
ผลคำพิพากษาสรุปว่า ศาลพิเคราะห์ว่าบริษัทเอกชนจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในฐานะ CEO มีความผิดฐานละเลยมาตรการความปลอดภัย ไม่ดูแลวัสดุติดตั้งให้แข็งแรงจนวัสดุหลุดหาย และปล่อยให้ระบบกล้องวงจรปิดชำรุดจนไม่สามารถตรวจสอบเหตุการณ์ได้ นอกจากนี้ ยังมีความผิดฐานแจ้งเหตุต่อสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติล่าช้ากว่ากำหนดถึง 3 วัน ซึ่งตามกฎหมายต้องแจ้งทันทีเมื่อเกิดเหตุอันตราย ความล่าช้าดังกล่าวเป็นเหตุให้วัสดุถูกนำไปขายและหลอมทำลายจนเกิดการปนเปื้อนในฝุ่นเหล็กและสิ่งแวดล้อมกว่า 30 ตัน
พิพากษา ปรับบริษัทจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 200,000 บาท และสั่งจำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 4 ในฐานะหัวหน้าแผนกกฎหมายที่รับทราบเหตุแต่ไม่ดำเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่ตามหน้าที่ จำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่าพฤติการณ์ไม่ตระหนักถึงความปลอดภัยสาธารณะ เมื่อในทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 4 มีความสำนึกผิดในการกระทำของตน หรือแสดงความรับผิดชอบของตนต่อสาธารณะหรือผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษจำคุก
ขณะที่จำเลยที่ 3 ศาลสั่งยกฟ้องเนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานยืนยันความเกี่ยวข้อง
พร้อมสั่งริบของกลางทั้งหมดให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติทำลายโดยบริษัทจำเลยที่ 1 ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ต่อมา จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ และศาลจังหวัดปราจีนบุรี มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยให้วางหลักประกันคนละ 130,000 บาท