วันนี้ (17 ม.ค 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี จำนวน 4 ราย ได้แก่ น.ส.อริสรา อายุ 28 ปี , นายวัชรากร อายุ 20 ปี , ว่าที่ ร.ต.หญิง สุภาพร อายุ 33 ปี , น.ส.เกตน์นิภา อายุ 30 ปี
ในความผิดฐาน “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด มาตรา (10) พระราชกำหนดมาตรการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566” ซึ่งสามารถจับกุมได้ที่บริเวณห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี
ตรวจยึดของกลาง ดังนี้
1.สมุดบัญชีจำนวน 11 เล่ม
2.บัตรจำนวน ATM 15 ใบ
3.โทรศัพท์มือถือจำนวน 13 เครื่อง
4.ของกลางอื่น ๆ อีกจำนวน 39 รายการ
สืบเนื่องเมื่อช่วงเดือนต.ค. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ได้ทำการจับกุม กลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์จัดหาบัญชีม้าในพื้นที่ จ.อุดรธานี และ จ.หนองบัวลำภู ต่อมาได้มีการขยายผล การสืบสวนไปยังสถานที่ซึ่งใช้เป็นจุดรวบรวมบัญชีม้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการลักลอบนำข้ามไปยังประเทศกัมพูชาในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่ายังมีกลุ่มเครือข่ายจัดหาบัญชีม้าในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยมีสถานที่ใช้เป็นจุดรวบรวมบัญชีม้าก่อนส่งต่อไปยังพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อีกหลายแห่ง
โดยจากการสืบสวนทราบว่าสถานที่ดังกล่าวคือ ห้องเช่าแห่งหนึ่ง ใน จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และยื่นคำร้องขอหมายค้นอนุมัติจากศาล เพื่อเข้าตรวจค้น เนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดซุกซ่อนอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำหมายค้น เข้าตรวจค้นบ้านเช่าหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ น.ส.อริสรา แสดงตัวเป็นผู้ครอบครอง หรือผู้ดูแลบ้านพักหลังดังกล่าว พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม และ โทรศัพท์มือถือ รวมจำนวน 39 รายการ
จากการสอบสวน น.ส.อริสรา รับสารภาพว่าเป็นผู้จัดหาสมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็ม โดยได้ค่าตอบแทนบัญชีละ 500 บาท และมีนายวัชรากร ทำหน้าที่จัดหาบุคคลมาเปิดบัญชีม้าผ่านการโฆษณาในช่องทางโซเชียลมีเดียข้อความว่า “ร้อนเงิน ทักแชท” จากนั้นพาไปเปิดบัญชีธนาคารพร้อมจัดเตรียมโทรศัพท์ ซิมการ์ด และเชื่อมต่อแอปพลิเคชันธนาคาร ก่อนส่งมอบให้ น.ส.อริสรา โดยนายวัชรากร ได้รับค่าตอบแทน 1,000 บาท และผู้เปิดบัญชีม้าได้รับ 2,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลติดตามตัวนายวัชรากร ในพื้นที่ จ.ชลบุรี และจากการสอบสวนทราบว่าในบางธนาคารมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีม้า เนื่องจากกระบวนการซักประวัติและตรวจสอบมีความเข้มงวด จากการสืบสวนพบว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ให้การอำนวยความสะดวกดังกล่าวคือว่าที่ร้อยตรีหญิง สุภาพร เจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ซึ่งให้การรับสารภาพว่าได้ช่วยเหลือในการเปิดบัญชีม้าจริง โดยอำนวยความสะดวกด้วยการไม่ต้องกดบัตรคิว ไม่ต้องผ่านการคัดกรอง และสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลในระบบแบล็กลิสต์ รวมถึงปลดล็อกแอปพลิเคชันธนาคารในกรณีถูกระงับการใช้งานจากเหตุด้านความปลอดภัย
โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน 500 บาท ต่อการช่วยเหลือเปิดบัญชีม้า และ 1,000 บาท ต่อการปลดล็อกแอปพลิเคชันธนาคาร
จากการสืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ที่ว่าจ้างให้ว่าที่ร้อยตรีหญิงสุภาพร ช่วยเหลือในการเปิดบัญชีม้า คือ น.ส.เกตน์นิภา อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้ลาออกจากงานแล้ว โดย น.ส.เกตน์นิภา เป็นผู้มีบทบาทในการควบคุม และสั่งการให้ น.ส.อริสรา จัดหาบัญชีม้า
ทั้งนี้ จากแผนประทุษกรรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. เชื่อว่ายังคงมีขบวนการในลักษณะเดียวกันนี้ ดำเนินการอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และจะดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังจากรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแสนสุข จังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป