สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - เรื่องเครนถล่มบนถนนพระรามที่ 2 และเครนหล่นใส่รถไฟ ที่จังหวัดนครราชสีมา เชื่อหรือไม่ว่า 2 เหตุการณ์นี้ อาจมาจากจุดบกพร่องเริ่มต้นเหมือนกัน แต่ปลายทางผลลัพธ์ต่างกัน แล้วอะไรคือต้นเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องแบบนี้ขึ้น
ข้อสังเกต เครนถล่ม 2 พื้นที่ มีอะไรที่เหมือนกัน
ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ มีอะไรบางอย่างที่คล้ายกัน นอกจากเกี่ยวข้องกับ "เครน" เหมือนกัน ผู้รับผิดชอบ คือ "บริษัท" เดียวกัน นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้ง 2 แห่ง มีจุดเริ่มต้นที่เหมือนกันเป๊ะ คือ มีปัญหาที่ "ฐานรอง" แต่แตกต่างกันที่สภาพสุดท้าย
เหตุการณ์แรกทำให้เครนหักพังถล่มลงมา ส่วนอีกเหตุการณ์ ร่วงลงมาใส่รถไฟด้านล่าง จึงต้องตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามแผน และผู้ตรวจซ้ำ ได้ตรวจสอบดีแล้วหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เรื่องการพิสูจน์หาข้อเท็จจริง นอกจาก นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ที่ไปช่วยให้ความเห็นแล้ว ก็ยังมีเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบ สุ่มเก็บตัวอย่างจากจุดเกิดเหตุ ไปประกอบในสำนวนคดี พร้อม ๆ กับที่เจ้าหน้าที่ทยอยตัดเอาชิ้นส่วนโครงเหล็กลงมาสู่พื้นล่าง เพื่อเร่งเคลียร์ซากเครน จะได้เคลื่อนย้ายซากปูนแท่งที่หล่นลงมา ให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ และนำชิ้นส่วนศพที่เหลือส่งคืนญาติ
ระทึกต่อเนื่อง ถนนพระรามที่ 2 ทรุด
และเมื่อวาน ก็ต้องมีเรื่องให้ชาวบ้านกังวลกันอีก เมื่อมีถนนพระรามที่ 2 ทรุด ความกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร บริเวณทางคู่ขนาน ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 29 ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร ทำให้รถกระบะตกลงไป 1 คัน สภาพล้อหลังลอยขึ้นจากพื้นถนน แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ
แต่ต่อมา เทศบาลนครสมุทรสาคร สามารถปิดระบบน้ำประปาในจุดเกิดเหตุ ได้แล้ว และอยู่ระหว่างการเร่งปรับพื้นผิวการจราจร
เรื่องนี้ อาจารย์ อมร ก็ให้ความเห็นว่า เหตุการณ์นี้ไม่รุนแรง และมีความซับซ้อนน้อยกว่าเหตุที่เกิดหน้าโรงพยาบาลวชิรพยายาม ถนนสามเสน ชาวบ้านไม่ต้องกังวลจนเกินไป
เรื่องนี้ กรมทางหลวง ชี้แจงว่า สาเหตุเกิดจากท่อส่งน้ำประปาขนาดใหญ่ ของกองการประปา เทศบาลนครสมุทรสาคร "แตก" ระหว่างการขุดเปิดงานเชื่อมท่อ ทำให้แรงดันน้ำกัดเซาะชั้นดินไปเรื่อย ๆ จนถึงชั้นผิวถนน ส่งผลให้ผิวถนนถูกกัดเซาะ พอรถกระบะขับผ่าน จึงทรุดตัวอย่างที่เห็น
สำหรับความคืบหน้า การดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุเครนหล่นใส่รถไฟในจังหวัดนครราชสีมา ทีมพนักงานสืบสวนสอบสวน สภ.สีคิ้ว ได้เรียกสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ คนงาน และชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเพิ่มอีก 10 ปาก
ขณะที่ ชุดสืบสวนประสานงานไปยังตำรวจภูธรจังหวัดต่าง ๆ ที่มีผู้โดยสารนั่งมาในขบวนคันที่ประสบอุบัติเหตุ ไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ในพื้นที่ใกล้บ้าน และตอนนี้ประสานไปเกือบ 200 คน เหลืออยู่ประมาณ 20 คน ที่ยังติดต่อไม่ได้
ส่วนการส่งคืนร่างผู้เสียชีวิต 30 คน ทีมแพทย์เผยผลการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ดำเนินการแล้วเสร็จ 23 คนแล้ว และจนถึงขณะนี้ได้ส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้ญาติ ไปไม่ต่ำกว่า 20 คน ปัจจุบันยังคงมีผู้บาดเจ็บ รักษาอาการอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 16 คน