เช้านี้ที่หมอชิต - วันนี้ ขอพักบรรยากาศการเสียง 1 วัน แต่เราจะมาว่ากันด้วยกระแสการซื้อเสียง หัวละ 7,500 บาท ที่ได้ข้อมูลจากการสำรวจของภาคเอกชน จะเป็นไปได้หรือไม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้
ผลการสำรวจความคิดเห็นต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมืองและนักการเมือง ในการเลือกตั้งปี 69 ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ร่วมกับคณะทำงาน "ซีโร่ คอร์รัปชัน : กกร. และเพื่อนไม่ทน" ค่อนข้างน่าตกใจ
แบบสำรวจที่มีผู้ตอบมากถึง 49% ระบุว่า ถ้ามีนักการเมืองให้เงินซื้อเสียง จะเลือกนักการเมืองคนนั้นหรือไม่ ซึ่ง 71.9% ตอบว่า ไม่เลือก และ 28.1% บอกว่า เลือก
ส่วนราคาซื้อเสียงครั้งนี้ ค่าเฉลี่ยต่ำสุดและสูงสุด โดยกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 3,000-7,500 บาทต่อคน ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ตัวเลขจะอยู่ระหว่าง 1,000-3,000 บาทต่อคน
ทีมข่าวฯ นำข้อมูลนี้ไปสอบถามกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงกับทำสีหน้าตื่นตกใจ บอกว่า ซื้อเขาควายแค่ 700 บาทเอง ก่อนจะย้อนถามกลับ แล้วใครเป็นคนจ่าย 7,500 บาท ให้แจ้งมาด้วย เดี๋ยวจะไปซื้อเขาควายให้
ที่ตกใจกว่า คือ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมกล้า ถึงกับอุทานออกมาว่า “ฮะ” มีคนไม่ปกติอย่างนี้ด้วยเหรอ
ส่วนตัวมองว่าถ้าหากใครทำ บ้านเมืองพังแน่ มาใช้เงินทุ่มกันแบบนี้ เชื่อว่านักการเมืองคงไม่น่ามีใครทำ เพราะถ้าใช้เงินจำนวนนี้ซื้อเสียง ต้องมีไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท ถึงจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ได้
แต่คนที่เชื่อสนิทใจว่ามีอยู่จริง เป็นนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก อ้างอิงการเลือกตั้ง อบต. ที่ผ่านมา มีอัตราการซื้อเสียงอยู่ที่ 1,000-3,000 บาทต่อคน
ส่วนราคา 7,500 บาทต่อคนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น เป็นไปได้ แต่เฉพาะการเลือกตั้งในพื้นที่เล็ก ๆ เช่น การเลือกตั้งเทศบาลฯ อบต. หรือ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เพราะจำนวนผู้มาลงคะแนนน้อย แพ้-ชนะกันไม่กี่คะแนน อาจมีอัตราสูงถึง 10,000 บาทต่อคน และเคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งระดับเทศบาลฯ บางแห่ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่า มีความกังวลเรื่องการใช้พลังเงิน หรือ “กระสุน” ในการซื้อเสียง ซึ่งได้รับรายงานว่า เริ่มมีการทุจริตในหลายรูปแบบ เช่น การให้ผู้รับเงินถ่ายภาพยืนยันในคูหาเลือกตั้ง จึงขอเรียกร้องให้ กกต. ทำงานเชิงรุก และเข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษก่อนวันเลือกตั้ง เพราะในอดีต กกต. ชอบไปจับหลังเลือกตั้ง และเมื่อผู้ซื้อเสียงเป็น สส. ก็ไม่มีใครกล้าเป็นพยาน
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ส่งข้อความในกลุ่มไลน์สำนักงาน กกต. ถึงเจ้าหน้าที่ทุกคน หลังมีข่าวเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงการเลือกตั้ง สส. 7,500 บาทต่อคน กำชับว่าเรื่องนี้จะเป็นหัวข้อหลัก สำนักงานฯ จะอยู่ได้หรือไม่ได้ อยู่ที่ประเด็นนี้ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องไปหามาตรการ เพราะทำแค่เป็นรูปแบบไม่พอแล้ว
นอกจากนี้ ยังให้ กกต.กลาง และส่วนภูมิภาค ปรับเปลี่ยนการประชาสัมพันธ์ และการรณรงค์
ส่วนการป้องกัน ป้องปราม ปราบปราม แต่ละจังหวัดฯ ต้องมีมาตรการที่เป็นรูปธรรม จับให้ได้ อย่าให้เกิด อย่าให้สังคมผิดหวัง องค์กรจะอยู่ยาก หรืออยู่อย่างไม่มีศักดิ์ศรี จากนี้ต้องขยับแรง หน้าที่คือเกียรติ