เวลา 10.48 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จลงแทนพระองค์ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต พระราชทานพระวโรกาสให้ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 "ฅนบุรีรัมย์เกมส์" ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 "สุราษฎร์ธานีเกมส์" ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-17 พฤษภาคม 2569 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 8 "ตาปีเกมส์ 69" ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-14 มิถุนายน 2569 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เฝ้า รับพระราชทานไฟพระฤกษ์ เพื่อเชิญไปจุดในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาดังกล่าว
เวลา 12.30 น. วันนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น อำเภอเมืองฯ จังหวัดขอนแก่น ทอดพระเนตรการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้คัดเลือกผู้ประกอบการ ชุมชน และวิสาหกิจชุมชน ที่น้อมนำองค์ความรู้จากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย ตามแนวพระดำริ ด้านการอนุรักษ์ และพัฒนาผ้าไทย ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา และยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผสานความร่วมสมัย และเพิ่มมูลค่าให้สามารถต่อยอดในเชิงเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ครั้งนี้ได้คัดเลือกผู้ประกอบการ ชุมชน และวิสาหกิจชุมชน 33 กลุ่ม ที่นำเทคนิคใหม่ ๆ มาปรับใช้ในการผลิต รวมถึงการจับคู่สี และเลือกใช้สีจากวัสดุธรรมชาติ ไปจัดแสดง อาทิ กลุ่มสิสาหกิจชุมชนทุ่งเศรษฐี จังหวัดขอนแก่น ที่นำวัสดุเหลือใช้ประเภทป้ายไวนิล เส้นใยสังเคราะห์ และวัสดุอุตสาหกรรมที่ถูกทิ้ง มาเป็นวัตถุดิบตั้งต้น แปรรูป และกลับเข้าสู่กระบวนการทอผ้าเพื่อลดขยะ และสร้างมูลค่าใหม่ ผสานภูมิปัญญากับเทคโนโลยี ช่วยให้ผ้ามีความแข็งแรง ทนแดด กันน้ำ และใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์, กลุ่มผาสาทแก้ว ผ้าทอลายโบราณ จังหวัดมหาสารคาม ประยุกต์ใช้ไหมเปลือกนอก หรือ ไหมหลืบ ที่เดิมไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากมีความแข็งและหยาบกว่าเส้นไหมชั้นใน แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ผิวสัมผัสเป็นประกายละเอียดเมื่อสะท้อนแสง ไม่เหมือนผ้าไหมชนิดอื่น, วิสาหกิจชุมชนสิ่งทอเศรษฐกิจหมุนเวียนบ้านดงเรือง จังหวัดอุดรธานี ผลิตผ้าและสิ่งทอจากเส้นใยขวดน้ำพลาสติก ด้วยเทคนิคการตีฟูใยขวดน้ำพลาสติกมาเป็นเส้นด้าย มีคุณสมบัติคล้ายผ้าโพลีเอสเตอร์ น้ำหนักเบา แห้งเร็ว และทนทาน นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการจากจังหวัดนครราชสีมา และร้อยเอ็ด ซึ่งนำเทคนิคการผลิตผ้าบาติกมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้มีเอกลักษณ์ของภาคอีสาน เข้าร่วมแสดงผลงานเป็นครั้งแรก รวมถึงมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เป็นแบบอย่าง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับราษฎรกลุ่มทอผ้า
โครงการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดขึ้น โดยน้อมนำแนวพระดำริ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะ หัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับสู่ชุมชน ส่งเสริมกระตุ้นผ้าไทย และจักสานให้ทันสมัยสู่สากล เป็นที่นิยมในทุกเพศ ทุกวัย และทุกโอกาส ฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยในภูมิภาคต่าง ๆ ที่กำลังจะสูญหายให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง นำมาซึ่งการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับช่างทอผ้า ช่างจักสาน หัตถกรรมไทยและครอบครัวชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปหัตกรรมภูมิปัญญาไทย ตามอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น และประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ผลงานอัตลักษณ์ศิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาไทยของกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการภูมิปัญญาผ้าไทย และงานหัตถกรรมชุมชน ตลอดจนเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการจำหน่ายผ้าไทย ผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตถกรรมชุมชน
โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ สมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกลุ่มผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ OTOP เฝ้าถวายการบ้านจากปีที่แล้ว ที่ได้พระราชทานคำแนะนำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับคุณภาพและมูลค่า อาทิ ผ้าขิดไหมลายดอกพุดตาน ของศิลปาชีพฯ บ้านหนองอ้อ จังหวัดอุดรธานี โปรดให้ปรับน้ำหนักสีให้มีความสมดุล, ผ้าแพรวา โปรดให้ลดลวดลายลง และทำสีให้มีความทันสมัยขึ้น โดยเฉพาะสีคราม, ส่วนศิลปาชีพฯ บ้านบ่อเดือนห้า จังหวัดสกลนคร นำไหมที่เหลือมาทอ โดยใช้เทคนิคเกาะล้วง, ศิลปาชีพฯ บ้านท่าเรือ จังหวัดนครพนม ทอผ้าไหมลายราชวัตร 5 มิล ทอฟืม 4 ตะกอ ลายผ้าเกิดจากการยกลายที่ตะกอฟืม เส้นยืนใช้เส้นไหม 2 สี สลับกันจะมีขนาดที่เล็กมาก รวมทั้งผ้าไหมลายเกล็ดเต่า 4 ตะกอ ทอสลับหางกระรอก ให้ทดลองทำสีที่หลากหลาย และผ้าไหมมัดหมี่ลายเทคนิคผสม 2 ตะกอ ค้นไหมเส้นพุ่งเหมือนค้นหมี่ด้วยเปลือกไหมนอก มัดสีที่ย้อมให้ได้หลากหลายสี จำนวน 9 สี นอกจากนี้ ศิลปาชีพฯ บ้านบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ได้พัฒนางานใหม่จากเส้นใย 2 ชนิด ด้วยเทคนิค 2 ตะกอ ได้รับแรงบันดาลใจจากการทับถมของชั้นหิน ชั้นดิน เส้นยืนใช้สีของเส้นไหม เส้นพุ่งเป็นใยกัญชงผสมฝ้าย
นอกจากนี้ โปรดให้ ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย, ผู้เชี่ยวชาญการย้อมสีธรรมชาติ, นักวิชาการ และนักออกแบบชั้นนำของประเทศ ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ช่างทอผ้า ช่างจักสาน ผู้ประกอบการ รวมทั้งนิสิต นักศึกษา ด้านสิ่งทอและการออกแบบแฟชั่น อาทิ วัตถุดิบตั้งต้น หรือ เส้นใย ให้ใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น ลดการย้อมสีให้ได้มากที่สุด ใช้เทคนิคใหม่ ๆ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเวลา, ให้คำนึงถึงศักยภาพในท้องถิ่น แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้ตรงกับความต้องการของตลาด, แนะนำให้ผู้ประกอบการ ฝึกการวิเคราะห์ความถนัด และความต้องการของตนเอง เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น, ปรับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ให้สวยงาม และร่วมสมัยมากขึ้น
จากนั้น ทอดพระเนตรการสาธิตกระบวนการมัดหมี่ลาย "หมากจับ" ลายโบราณท้องถิ่นอีสาน จากนักเรียนระดับ ปวช.2 สาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น ที่สนใจเรื่องผ้าไหมมัดหมี่ จึงเข้าไปเรียนรู้กระบวนการทอผ้าไหมมัดหมี่ และการทอผ้า จาก "พิพิธภัณฑ์ศาลาไหมไทย" จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่การย้อมสีจนถึงการทอ ปัจจุบันสามารถสร้างรายได้ เป็นทุนการศึกษา และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว เฉลี่ย 40,000 บาทต่อเดือน, ส่วนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 5 โรงเรียนหัวฝายโนนสะอาดวิทยา จังหวัดขอนแก่น สาธิตการแต้มหมี่จากสีธรรมชาติลาย "มาราเคช" ที่มีต้นแบบจากฝาผนังในประเทศโมร็อกโก ซึ่งเป็นลวดลายเรขาคณิต สีสันสดใส ได้รับการส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องการทอผ้าจาก "ศูนย์เรียนรู้วิสาหกิจชุมชน ผ้าไหมมัดหมี่ แต้มหมี่ บ้านหัวฝาย" และ "โรงเรียน OTOP / คุ้มสุขโข" จังหวัดขอนแก่น เพื่อสืบทอดภูมิปัญญาชุมชนเรื่องการทอผ้าไหมมัดหมี่
ในการนี้ พระราชทานลายผ้า "ลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ" ซึ่งเป็นลายพระราชทาน ประจำปี 2569 แก่ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP เพื่อให้นำไปต่อยอด เกิดเป็นผืนผ้าและผลิตภัณฑ์ที่มีความร่วมสมัย เป็นสากล สร้างรายได้แก่ชุมชน โดยได้ทรงพัฒนาลวดลายจากลายประวัติศาสตร์ "ลายขอสมเด็จฯ" ผสมผสานกับ "ลายขอเจ้าฟ้าฯ" เพื่อให้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และทรงออกแบบ "ลายขอสร้อยทอง" เพื่อรำลึกถึงการประกวดผ้าที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จะพระราชทานสร้อยคอทองคำแก่ผู้ที่ชนะการประกวด และทรงต่อยอด "ดอกไม้พระนามสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง" สู่ "ลายพวงดอนญ่าควีนสิริกิติ์"
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการแสดงชุด "ชาวอีสานน้อมสดุดี สิริวัณณอิตถี เถลิงศรีบรมนาถ" ในรูปแบบวงโปงลาง อันเป็นงานสร้างสรรค์เชิงโบราณคติ นำเสนอการเถลิงขวัญและถวายพระพร ด้วยสิ่งอันเป็นมิ่งมงคลในโลกทัศน์ของชาวอีสาน ประกอบด้วย พระโลกนาถขวัญ, ผี ,ฟ้า และพญาแถน เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อภิรักษศิลปิน ผู้ทรงเป็นต้นแบบสำคัญในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และย่อยอดศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นในทุกด้าน โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสานพระราชปณิธาน และต่อยอดให้งานหัตถศิลป์ สิ่งทอ และวัฒนธรรมอีสาน เคลื่อนสู่บริบทแห่งความร่วมสมัย เชื่อมโยงกับความเป็นสากล พร้อมกับยังเคารพในรากเหง้าแห่งอัตลักษณ์ศิลปะพื้นถิ่นได้อย่างทรงคุณค่า
โดยเป็นนักแสดง จากวงโปงลางออนซอนอีสาน โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม และวงโปงลางสินไซ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น, วงโปงลางอรรคฮาตสี วงโปงลางฮักอีสาน โรงเรียนสารคามพิทยาคม และวงโปงลางศิลป์อีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม, วงโปงลางนาคาคำชะโนด โรงเรียนบ้านดุงวิทยา และวงโปงลางอุดรเมืองงาม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้ จะมีการประกวดดนตรีพื้นบ้านวงโปงลาง ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประจำปี 2569 ด้วย
ก่อนเสด็จกลับ ทอดพระเนตรนิทรรศการเส้นใยแห่งศรัทธา หัตถศิลป์ สร้างสรรค์อีสาน ซึ่งศูนย์สร้างสรรงานออกแบบ จัดแสดงการถอดรหัสความงดงามของผ้ามัดหมี่ตั้งแต่อดีต ต่อยอดสู่การตีความใหม่ในโลกร่วมสมัย ถอดอัตลักษณ์ของชุมชน พัฒนารูปแบบ ตลอดจนกระบวนการผลิตที่ใช้วัสดุหลากหลาย สะท้อนถึงอดีตของผ้ามัดหมี่ และการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมอันงดงามของไทย ทั้งยังมีผ้าภูคราม ผ้าฝ้ายทอมือ เน้นการปักลวดลาย ถ่ายทอดภูมิทัศน์วิถีและความทรงจำของเทือกเขาภูพาน