อภิสิทธิ์ ปราศรัยกลางทุ่งเตือน รับเงิน 1 พันบาท แลก 4 ปี ไม่คุ้ม โครงการพัฒนาไม่เกิด

อภิสิทธิ์ ปราศรัยกลางทุ่งเตือน รับเงิน 1 พันบาท แลก 4 ปี ไม่คุ้ม โครงการพัฒนาไม่เกิด

View icon 29
วันที่ 22 ม.ค. 2569 | 14.14 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"อภิสิทธิ์" ปราศรัยกลางทุ่งเตือน รับเงิน 1 พันบาท แลก 4 ปี ไม่คุ้ม โครงการพัฒนาไม่เกิด นโยบาย "เกิดจนตาย" มั่นคงถ้วนหน้า อยากได้บ้านเมืองสุจริต ให้โอกาสประชาธิปัตย์ทำงาน

วันนี้ (22 ม.ค.69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัย ที่จังหวัดสุโขทัย ชูนโยบายล้างบ้านเมืองให้สะอาด พร้อมอัดฉีดสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง ย้ำชัดเลือกประชาธิปัตย์ได้ทั้งรัฐบาลมือสะอาดและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โดยระบุว่า ขบวนการทุนสีเทาและสแกมเมอร์เหล่านี้หลอกลวงเงินประชาชนไปซื้ออำนาจ เพื่อเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมาย ต่างประเทศเขารังเกียจมาก มีการยึดทรัพย์ดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว แต่โลกมองว่าประเทศไทยเราช้ามาก ทั้งที่มีหลักฐานเส้นทางเงินชัดเจน ประชาธิปัตย์เคยนำหลักฐานไปยื่นหน่วยงานตรวจสอบ แต่ทุกอย่างกลับนิ่งสนิท เราจะอยู่แบบนี้ไม่ได้ บ้านเมืองต้องกลับมาสุจริต เพื่อให้ผู้แทนเข้าไปทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ทำเพื่อทุนเทา

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังฝากข้อคิดถึงชาวสุโขทัยเรื่องการขายเสียงว่า หากรับเงิน 1,000 บาท แลกกับระยะเวลา 4 ปี จะเท่ากับว่าเราขายอนาคตไปในราคาไม่ถึงวันละ 1 บาท ซึ่งไม่คุ้มเลยกับความสูญเสียจากการทุจริตที่ทำให้โครงการพัฒนาต่างๆ ไม่เกิดขึ้นเสียที “ใครมาซื้อเสียงเราไป เขาจะไม่รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณเรา เพราะถือว่าจบกันไปแล้วด้วยเงิน แต่ประชาธิปัตย์ไม่ทำแบบนั้น เพราะเราต้องการเป็นหนี้ใจที่จะต้องกลับมาดูแลพวกท่านตลอดไป”

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงนโยบายด้านสังคมว่า เรื่องคนพิการ สมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ตนเป็นคนที่ไปแก้กฎว่าบริษัทโรงงานต่างๆ ผู้ประกอบการ ถ้าจ้างคน 100 คนต้องมีคนพิการอย่างน้อยหนึ่งคน ถ้าไม่สร้างต้องเสียค่าปรับ ปรากฏว่าหลังจากที่ตนทำเรื่องนี้กองทุนเงินคนพิการมีเงินเยอะมากน่าจะเป็นหมื่นล้าน แต่ปรากฏว่านำมาใช้ได้น้อย จึงต้องกลับไปแก้เรื่องนี้ให้เอาเงินส่วนนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับคนพิการ ความจริงเราไม่อยากให้เขาเสียค่าปรับ แต่อยากให้มีการจ้างงานคนพิการ เพราะฉะนั้นเราจะทำระบบข้อมูลใหม่ให้รู้ว่าคนพิการอยู่ที่ไหน และความต้องการจ้างงานคนพิการอยู่ที่ไหน ส่วนเรื่องเบี้ยคนพิการ 800 บาท อยากได้เป็น 1,000 บาท  หากประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล เราตั้งใจเพิ่มให้เป็น 1,600 บาท ถ้าผู้พิการอายุต่ำกว่า 18 ปี จากได้ 1,000 บาท เราก็จะเพิ่มเป็น 2,000 บาท พร้อมทั้งต่อยอดนโยบายปรับปรุงอาคารสถานที่ราชการให้มีทางลาดและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ และผู้สูงอายุทั่วประเทศ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นโยบายของพรรคไม่ใช่เพียงคำพูดตอนหาเสียง แต่เป็นสิ่งที่ทำมาต่อเนื่องภายใต้อุดมการณ์เดียวกันคือการสร้างความมั่นคงในชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย "พี่น้องมั่นใจประชาธิปัตย์อย่างหนึ่ง เราไม่ใช่พึ่งมาพูดตอนที่เราหาเสียง เราทำมาแล้วและที่เราทำมาเพราะพวกเรามาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ เราคิดตรงกันและใจเราก็ตรงกันคือเรามองว่าตั้งแต่เกิดจนตาย อย่างน้อยต้องช่วยให้พี่น้องมีชีวิตที่มีความมั่นคงระดับหนึ่ง ไม่ใช่ว่ารัฐมาเลี้ยงดูทุกสิ่ง 

“ที่พูดมาทั้งหมด ผมเชื่อว่าหลายคนก็คิดในใจว่าอย่างไรก็ไม่พอ แต่ที่สำคัญคืออย่างน้อยต้องช่วยเหลือกัน ลงทุนเรื่องคน เรื่องเด็ก ให้ทุกคนมีการศึกษาฟรี เพื่อที่จะมีโอกาสทำงาน เป็นคนพิการก็ต้องมีการช่วยเหลือ มีเบี้ย พยายามหางานให้ และจริงๆประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลที่เคยออก มติ ครม.เรื่องการปรับปรุงอาคารสถานที่ต่างๆ ของราชการว่าต้องมีทางลาด ต้องให้ผู้ที่เป็นผู้พิการ หรือแม้กระทั่งผู้สูงวัย ใช้สถานที่เหล่านั้นได้อย่างสะดวก ซึ่งประชาธิปัตย์เราจะต่อยอดขยายผลต่อไป และเมื่อแก่เฒ่าก็พอมีรายได้มาสนับสนุน ทั้งหมดนี้เป็นจริงได้ ถ้าเรามีโอกาสไปเป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ต้องขอกันเลยว่าอยากได้สิ่งเหล่านี้ และอยากได้บ้านเมืองสุจริตช่วยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปทำงาน" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว