ไอซ์รักชนก ชวนผู้ประกันตนโหวตคว่ำร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ต้องไม่มีอีก ซื้อตึกใหม่ ปฏิทิน โรงอาหาร เงินที่ทุกคนต้องจ่ายเดือนละ 750-875 บาท ควรใช้อย่างคุ้มค่า ให้เป็นหลังพิงสุดท้ายในช่วงบั้นปลายชีวิต
วันนี้ (22 ม.ค.69)ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เซีย จำปาทอง และ ไอซ์รักชนก ศรีนอก พร้อมด้วยปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 1 เบอร์ 5 พรรคประชาชน ร่วมรณรงค์เชิญชวนประชาชนร่วมโหวตไม่เห็นด้วยในการประชาพิจารณ์ของสำนักงานประกันสังคม กรณีการแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่มีสาระสำคัญเป็นการเปลี่ยนสัดส่วนคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ โดยเดินรณรงค์จากสถานีรถไฟฟ้าไปจนถึงซอยละลายทรัพย์ ตลอดกิจกรรมในวันนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนที่สัญจรไปมา รับเอกสารไปอ่าน และเข้าพูดคุยถึงความสำคัญของการร่วมประชาพิจารณ์ในครั้งนี้
ไอซ์ รักชนก ให้สัมภาษณ์ ว่า การคว่ำร่างระเบียบเลือกตั้งบอดร์ดประกันสังคมใหม่นี้สำคัญมาก สาระสำคัญคือคนที่เคยอยู่ในบอร์ด ทำมาหากินในประกันสังคมมาอย่างยาวนาน วันหนึ่งเมื่อเลือกตั้งแล้วแพ้ ไม่สามารถที่จะกลับมาเข้าสู่บอร์ดประกันสังคมได้ จึงพยายามทำทุกวิถีทาง ตั้งแต่พยายามล้มการเลือกตั้ง เมื่อไม่สำเร็จก็พยายามเปลี่ยนเป็นแบบเลือก สว. พอถูกต่อต้านก็เปลี่ยนมาเป็นแบบ 1 เลือก 1 ซึ่งสาระสำคัญคือการทำลายความเป็นเอกภาพของผู้ประกันตน จาก 1 ใน 3 เหลือ 1 ใน 21
“ถ้าระเบียบเลือกตั้งนี้ผ่าน คนที่จะได้กลับเข้าไปจะเป็นคนเดิม ๆ ที่เคยเวียนว่ายตายเกิดในบอร์ดประกันสังคม รับรองได้เลยว่าไม่เกิน 2 ปีจะมีตึกออกมาอีก 4-5 ตึกแน่นอน ได้กลับมาทำปฏิทินประกันสังคมแบบเดิม ได้เป็นเจ้าของโรงอาหารครบทุกกระทรวงแน่นอน”
ไอซ์ รักชนก บอกด้วยว่า มีความพยายามบอกว่าอย่าเอาการเมืองมายุ่งกับบอร์ดประกันสังคม แต่ขอถามกลับว่า รมว.แรงงาน ทุกยุคทุกสมัยก็มาจากพรรคการเมือง พรรคการเมืองแต่งตั้งรัฐมนตรีไปนั่ง แล้วรัฐมนตรีสามารถควบคุมเสียงบอร์ดได้ 1 ใน 3 แถมยังแต่งตั้งที่ปรึกษาได้อีก 7 คน ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมาตลอด 30 ปีตั้งแต่มีประกันสังคมคือการเมืองทั้งนั้น ที่ผ่านมาที่ผลักดันตึกสกายไนน์ออกมา ผลักดันปฏิทินประกันสังคมออกมาหลาย 10 ปีได้ ก็เพราะการเมืองไม่ดี แต่สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่เกลียดกลัวนักการเมือง แต่ต้องเติมน้ำใสเข้าไปไล่น้ำเสีย ไม่ใช่อยากให้ยกเลิกประกันสังคม อยากให้ทุกคนส่งประกันสังคม เพราะนี่คือประกันที่คุ้มที่สุดที่จะมีได้ เป็นหลังพิงสุดท้ายในวันที่เจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ มีลูก หรือต้องหยุดงาน
“ไม่ว่าทุกคนจะเลือกพรรคประชาชนหรือไม่ นี่คือเงินที่ทุกคนต้องจ่ายทุกเดือน เวลาเห็นบิลใบเสร็จเงินเดือนมันตัดไป 750-875 บาท ทุกคนหวังว่านี่จะเป็นหลังพิงสุดท้ายในช่วงบั้นปลายชีวิต แต่เงยหน้าขึ้นมาเจอตึกสกายไนน์ เจอปฏิทิน เจอโรงอาหารที่กระทรวงแรงงาน เจอเว็บแอป 850 ล้านบาท”
รักชนก กล่าวว่า ถ้าพรรคประชาชนได้เข้าไปบริหาร สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนต้องได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผลตอบแทนการลงทุนจะต้องได้มากกว่า 10 ปีเฉลี่ยที่ผ่านมา การเอาประกันสังคมออกนอกระบบราชการพรรคประชาชนทำแน่ รวมทั้งการปราบปรามการทุจริตและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น