เจาะประเด็นข่าว 7HD - บ้านเราเฝ้าระวัง การระบาดของ “ไวรัสนิปาห์” ที่กำลังแพร่เชื้อในอินเดีย เบื้องต้น ในไทยยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื่้อ คาดพาหะนำโรคมาจากค้างคาวแม่ไก่
ชาวบ้านผวาค้างคาวแม่ไก่ จ.อ่างทอง
ค้างคาวแม่ไก่นับหมื่นตัว ที่เกาะต้นไม้ขนาดใหญ่ บริเวณด้านหลัง และด้านข้างโบสถ์วัดจันทราราม ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง สร้างความวิตกกังวลให้ชาวบ้าน หลังเชื้อไวรัสนิปาห์แพร่ระบาดในอินเดีย
นายสิทธิศักดิ์ สาธุเสน นายแพทย์สาธารณสุขอำเภอโพธิ์ทอง ยืนยันว่า ยังไม่พบการแพร่ระบาดในพื้นที่ แต่เพื่อความไม่ประมาท ได้ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.ในพื้นที่ ให้ความรู้ในเรื่องไวรัสนิปาห์ แก่ชาวบ้าน ทั้งอาการเจ็บป่วย และวิธีป้องกัน โดยมีโมเดลจากการระบาดของโควิด-19
วอนไล่ฝูงค้างคาวแม่ไก่ทำรัง จ.ชลบุรี
เช่นเดียวกับ ชาวบ้านบริเวณในซอยพัทยานาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่มีฝูงค้างคาวแม่ไก่นับพันตัวเข้ามาอาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่มานานหลายปี
ชาวบ้านบอกว่า รู้สึกวิตกกังวลว่าค้างคาวเหล่านี้จะเป็นพาหะนำโรค เนื่องจากบริเวณพื้นถนนด้านล่าง เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลจากค้างคาว ชาวบ้านวอนผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยไล่ค้างคาวในซอยนี้ด้วย
“ด่านสุวรรณภูมิ” เฝ้าระวังไวรัสนิปาห์
และเช้านี้ (25 ม.ค.) ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ และ ดอนเมือง ดำเนินการคัดกรองตรวจเข้ม สกัดไวรัสนิปาห์ สำหรับผู้เดินทางจากเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ตามมาตรการคัดกรองโรค
เช่นเดียวกับที่สนามบินภูเก็ต ได้คัดกรองผู้โดยสารจากอินเดีย จำนวน 6 สายการบิน รวม 13 เที่ยวบินต่อวัน เพื่อสกัดไวรัสร้ายไม่ให้ระบาดในบ้านเรา
“หมอยง” เตือนอย่าตระหนก “ไวรัสนิปาห์”
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เริ่มพบการระบาดของ “โรคนิปาห์” ในปี พ.ศ 2541 - 2542 โดยศูนย์กลางการระบาดอยู่ที่มาเลเซีย และลุกลามไปลงทางใต้ของประเทศ จนถึงสิงคโปร์ ครั้งนั้นมีผู้ป่วยทั้งสิ้น 265 คน เสียชีวิตกว่า 100 คน
หลังจากนั้น “โรคนิปาห์” ได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งในปี 2545 พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในแถบเอเชียใต้ โดยเฉพาะที่บังกลาเทศ
คุณหมอยง บอกว่า คนไทยอย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะไวรัสตัวนี้ ไม่ได้ติดง่าย ๆ เหมือนไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด-19 ขอให้เลี่ยงการเจอค้างคาวแม่ไก่ อยู่ให้ห่างจากมูลของพวกมัน ที่สำคัญผลไม้ที่มีรอยกัด รอยแทะ ต้องล้างให้สะอาด หรือเลี่ยงได้ก็อย่าเพิ่งกิน ส่วนเนื้อสัตว์หากปรุงสุกก็ปลอดภัย
ไวรัสนิปาห์ นับเป็น 1 ใน 13 โรคอันตราย และเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คนที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของสัตว์พาหะนำโรค คือ ค้างคาวผลไม้