“ทรัมป์” ยังป้องตำรวจตระเวนชายแดนยิงคนเสียชีวิต

View icon 17
วันที่ 25 ม.ค. 2569 | 18.58 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
เป็นภาพขณะที่ ตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฯ สหรัฐฯ ปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมผู้อพยพ ในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา แต่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ช่วงการจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 คน มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด และพบว่าชายผู้ต้องสงสัยถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิอ้างว่า เป็นการยิงเพื่อป้องกันตนเอง เพราะชายคนดังกล่าวพกอาวุธปืนเดินเข้าหาเจ้าหน้าที่ ในเวลาต่อมาทราบว่า เขาเป็นบุรุษพยาบาลชาวอเมริกัน มีใบอนุญาตพกปืนตามกฎหมายและไม่มีประวัติอาชญากรรม

แต่หากดูคลิปภาพช้าว่าเกิดอะไรขึ้น จะเห็นว่าชายคนดังกล่าว ซึ่งเป็นบุรุษพยาบาลชื่อ อเล็กซ์ เพรตติ อายุ 37 ปี ถือโทรศัพท์อยู่ในมือ ไม่ใช่ปืน ขณะที่เขาพยายามช่วยเหลือผู้ประท้วงอีกคน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ผลักลงกับพื้น เจ้าหน้าที่หลายคนจับตัวเพรตติไว้ แต่เขาดิ้นรนขัดขืนและบังคับให้นั่งคุกเข่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรึงร่างไว้ มีเสียงเจ้าหน้าที่ตะโกนสิ่งเหมือนเตือนว่าเขามีปืน
จากนั้นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งดึงปืนจากตัวเพรตติออกไป ไม่กี่วินาทีต่อมา เจ้าหน้าที่คนหนึ่งใช้ปืนพกจ่อไปที่ด้านหลังของเพรตติ แล้วยิงใส่เขา 4 นัดจนล้มลงไปนอน จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนอีกหลายนัด ขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่นก็ยิงใส่เพรตติด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้หญิงชาวอเมริกัน ซึ่งเป็น "คุณแม่ลูก 3" อายุ 37 ปีถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฯ ยิงเสียชีวิต ในเมืองมินนีแอโพลิส เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ประท้วง การใช้ความรุนแรงเกินเหตุ ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง ส่อเค้าบานปลายยิ่งขึ้น โดยมีเสียงเรียกร้องให้ถอนเจ้าหน้าที่ฯ ทั้ง 3,000 นายออกจากรัฐมินนิโซตา 

ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความ ตำหนิผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาและนายกเทศมนตรีเมืองมินนีแอโพลิสว่า ปล่อยให้ผู้เสียชีวิตพกปืน และเจตนายุยงให้ประชาชนก่อความไม่สงบ ต่อต้านการจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย