กองทัพเรือ ยังปิดด่าน 100% ได้ผลต่อเนื่อง รวบผู้ชาวกัมพูชา 14 คน ลักลอบเดินเท้าเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ และผู้นำพา 1 คน พร้อมคนไทย 2 คน หนีออกจากเครือข่ายเว็บฯ พนันออนไลน์ในกัมพูชา กลับประเทศ
วันนี้ (14 ก.ค. 69) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ยังคงดำเนินมาตรการปิดด่าน 100% และเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง
โดยเมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ร้อย.ทพ.นย.523 ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ ฉก.นย.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแปลง ตรวจพบและจับกุม ชาวกัมพูชา 14 คน ประกอบด้วยชาย 6 คน หญิง 4 คน และเด็ก 4 คน ขณะลักลอบเดินเท้าเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่บ้านบึงชนังล่าง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
จากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมให้การว่า เดินทางมาจากจังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา จะเข้ามารับจ้างทำงานก่อสร้างในจังหวัดจันทบุรี เนื่องจากอยู่กัมพูชาแล้วไม่มีงานทำและประสบปัญหาด้านรายได้ โดยตกลงจ่ายค่านำพาคนละ 3,000 บาทเมื่อถึงปลายทาง ทางเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ ร้อย.ทพ.นย.541 ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่บ้านมะรุม (น้ำทรัพย์) อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ได้ตรวจพบผู้ต้องสงสัย 3 คน ประกอบด้วยผู้นำพา 1 คน และคนไทย 2 คน ที่ลักลอบเดินทางกลับจากประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ
จากการสอบสวนผู้นำพาให้การว่า ตนได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าฝั่งกัมพูชาให้มารับคนไทย โดยได้รับค่าจ้างรายละ 1,000 บาท ขณะที่คนไทยทั้งสองคนให้การว่า เดินทางไปทำงานเป็นแอดมินเว็บไซต์พนันออนไลน์ในจังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ก่อนตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทย เนื่องจากมีความกังวลต่อสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ โดยเสียค่าใช้จ่ายให้นายหน้ารายละ 6,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมยานพาหนะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ การจับกุมและการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในทุกขั้นตอน