วันนี้ (27 ม.ค 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ร่วมกันจับกุม นายเทพนิมิต อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 239/2568 ลงวันที่ 25 มิ.ย.68
ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาเพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด”
โดยมาสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ใน ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
พฤติการณ์ ด้วย กก.3 บก.ปอศ. ได้รับคำร้องทุกข์ของกลุ่มผู้เสียหายในคดีหลอกลงทุนหุ้น ในช่วงปี 2567 ซึ่งกลุ่มคนร้ายมีพฤติการณ์ชักชวนให้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อ้างถึงหุ้น ผ่านเว็บไซต์ที่ถูกปลอมหน้าจอแสดงผลขึ้นมาหลอกผู้ลงทุน เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินกว่า 3 ล้านบาท
ซึ่งศาลจังหวัดบุรีรัมย์ได้ออกหมายจับบุคคลผู้เกี่ยวข้อง และกก.3 บก.ปอศ. ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทำการขยายผลการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมาย
โดยก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 1 กก.3 บก.ปอศ. ได้ทำการสืบสวนติดตามบุคคลตามหมายจับ รายนายเทพนิมิต อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ตามหมายจับข้างต้น
จากการสืบสวนรวบรวมข้อมูลบุคคลแวดล้อม ทราบว่า เป้าหมายได้หลบหนีมาพักอาศัยในพื้นที่ ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จึงได้วางกำลังสำรวจพื้นที่และพบร่องรอย
การพักอาศัยใกล้เคียงกับชุมชนทานสัมฤทธิ์ ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จากการซักถามบุคคลในพื้นที่ทราบว่าเป้าหมายได้พักอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวจริง แต่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง และปรากฏตัวไม่เป็นเวลา
ต่อมา จึงได้วางแผนนำกำลังเข้าจับกุม จากการเดินสำรวจพบบุคคลเพศชาย ตำหนิรูปพรรณ มีลักษณะคล้ายกับนายเทพนิมิต ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าที่พักใน ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
จึงได้ดำเนินการแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการซักถามและตรวจสอบประวัติบุคคลพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันจริง จึงแสดงหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 239/2568 ลงวันที่ 25 มิ.ย.68
ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาเพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด”
ให้ผู้ต้องหาดูแล้วอ่านข้อความในหมายจับ และให้ผู้ต้องหาอ่านหมายจับด้วยตนเองแล้ว สอบถามผู้ถูกจับให้การยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน และได้ทำการแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบและเข้าใจดีแล้ว
จากนั้นควบคุมตัวผู้ถูกจับมาทำบันทึกการจับกุมที่ กก.3 บก.ปอศ. และนำตัวผู้ถูกจับกุมส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป