วันนี้ (17 มี.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายสแกมเมอร์หลอกลงทุนออนไลน์ จำนวน 2 ราย หลังสร้างความเสียหายแก่ประชาชนรวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ศิษฏพงศ์ สิริวัฒน์, พ.ต.ท.ชยเชษฐ์ อิทธิยาภรณ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 ราย ดังนี้
1. เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 จับกุมตัว นายสมชาย อายุ 64 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหิน ที่ 34/2569 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569
2. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 จับกุมตัว น.ส.ธนวรรณ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหิน ที่ 42/2569 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2569
ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
สืบเนื่องจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พบมีประชาชน ได้แจ้งความผ่านศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti-Cyber Scam Center: ACSC) ว่ามีขบวนการหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อร่วมกันเปิดร้าน รับซื้อเสื้อผ้ามือสองทั่วประเทศ
โดยเบื้องต้นหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าสมาชิก แล้วโอนคืนในจำนวนที่มากกว่าค่าสมาชิก ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่า สามารถมีกำไรจากการเป็นสมาชิก จากนั้นได้หลอกให้ทำการโอนเพื่อทำกิจกรรมของกลุ่ม โดยเมื่อผู้เสียหายโอนเสร็จแล้ว และจะเข้าไปถอนเงิน แจ้งว่าให้ทำการยืนยันตัวตนโดยการโอนเงินค่าประกันเข้าไป 22% ของยอดเงินในระบบ
ภายหลังผู้เสียหายได้โอนเงินตามที่ถูกกล่าวอ้างแล้ว กลุ่มผู้ต้องหายังคงอ้างเหตุเพิ่มเติมให้ผู้เสียหายต้องโอนเงินซ้ำอีกหลายครั้ง เช่น อ้างเป็น ค่าดำเนินการ ค่าประกัน หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ตรวจสอบได้
และเมื่อผู้เสียหายประสงค์จะถอนเงินออกจากระบบตามยอดที่ตนได้โอนไว้ กลุ่มผู้ต้องหากลับอ้างว่าผู้เสียหายต้องโอนเงินเพิ่มอีก จึงจะสามารถถอนเงินได้ ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ตามปกติและถูกบีบให้โอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง มีเจตนาโดยทุจริตมุ่งหมายเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายเป็นสำคัญ
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าพฤติการณ์เบื้องต้นมีการกระทำความผิดเป็นเครือข่ายในลักษณะขบวนการ และสามารถรวบรวมพยานหลักฐานยื่นขอออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องจำนวน 6 คน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า ผู้ต้องหา ทั้ง 2 ราย หลบหนีการจับกุมมาอยู่ในพื้นที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก และพื้นที่เขตหนองเขม กรุงเทพมหานคร จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบผู้ต้องหาจริง จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ตามหมายจับดังกล่าว แจ้งสิทธิตามกฎหมาย
จากการสอบถาม ผู้ต้องหาทั้ง 2 อ้างว่า เมื่อประมาณปลายปี 2568 ตนเองได้เปิดบัญชีธนาคารอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำไปกู้เงินผ่านแอปพลิเคชันกู้เงินผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตที่ประกาศโฆษณาชักชวน และได้ให้ข้อมูลบัญชีธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ของตนผ่านแอปพลิเคชันกู้เงิน
แต่เมื่อถึงเวลากู้เงินไม่สามารถกู้เงินได้ตามที่กล่าวอ้าง ทำให้เชื่อว่าถูกนำบัญชีธนาคารไปใช้ในการกระทำความผิดในภายหลัง
จากนั้นเจ้าหน้าตำรวจจึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหัวหิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับผู้ต้องหารายอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป