เจ้าของสวนมะขามหวานถึงกับน้ำตานอง เมื่อเจอ 5 หัวขโมย ก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกขโมยมะขามหวานยกสวนกลางดึกจำนวน 4,000 กิโลกรัม เห็นกับตาแต่ทำอะไรไม่ได้ พอแจ้งตำรวจบอกว่า "ปล่อยให้เขาขโมยไปสักคืนก็ได้ "
วันที่ 30 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายยุทธ อายุ 54 ปี ชาว อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ว่ามีโจร 5 คน พร้อมอาวุธปืน ใช้รถกระบะ ออกก่อเหตุออกอาละวาดขโมยมะขามหวาน ในช่วงกลางดึก เป็นระยะเวลาติดต่อกันหลายวันจนทำให้มะขามหวานหายไปกว่า 3,000-4,000 กิโลกรัม พร้อมทั้งข้าวโพดอีก 1,000 กิโลกรัม ความเสียหายคิดเป็นเงินหลายแสนบาท แจ้งตำรวจ สภ,ชนแดน แล้ว แต่คดีอยู่ในระหว่างติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีคดีตามกฎหมาย จึงอยากออกมาเตือนภัยเพื่อนเกษตรกรผ่านสื่อ ให้ระวัง
จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เป็นสวนมะขามหวาน อยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร มีเนื้อที่ปลูกมะขามหวาน ประมาณ 10 ไร่ นายยุทธ เล่าว่า ตนมาเช่าที่ปลูกมะขามหวานมาประมาณ 20 ปีแล้ว ที่ผ่านมามีถูกขโมยบ้างแต่ก็ไม่เยอะ แต่ครั้งนี้หัวขโมยมีประมาณ 4-5 คน มีอาวุธปืน ทั้งปืนสั้น ปืนยาว ครบทุกคน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วง ปลายเดือน พฤศจิกายน 2568 ต่อเนื่องถึงเดือน มกราคม 2569 ครั้งแรกประมาณวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ตนสังเกตว่ามะขามหวาน ที่กำลังสุกหายไปอย่างผิดปกติและคาดว่าน่าจะถูกขโมย จึงได้มานอนเฝ้าอยู่ที่ไร่
กระทั่งในช่วงปีใหม่ เวลาประมาณ 3 ทุ่ม ขณะตนนอนอยู่กับพื้นในป่ามะขามหวาน สังเกตเห็นชาย 4-5 คน เดินเข้ามาในไร่ ตนจึงแอบดูในความมืด พบว่ามีการเสพยาบ้ากันด้วย จากนั้นก็ใช้บันไดปีนขึ้นไปเก็บมะขามหวาน ใส่ถุงปุ๋ยอย่างใจเย็นเหมือนเป็นเจ้าของสวนเอง ตนจึงได้ย่องออกมาและไปบอกภรรยาให้โทรแจ้งตำรวจ และกำชับว่าให้จอดรถไว้ไกลๆ แล้วเดินเข้ามา เพราะเกรงว่าคนร้ายจะไหวตัวทัน
ต่อมาไม่นานตำรวจก็เดินทางมา แต่มาเพียงคนเดียวในชุดลำลอง ไม่มีอาวุธ ตนจึงเล่าเรื่องราวให้ฟังและกำชับว่าคนร้ายมีอาวุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้บอกกับตนว่าปล่อยให้เขาขโมยไปสักคืนก็ได้ เพราะถ้าเข้าไปตอนนี้ก็อาจจะเกิดเหตุร้ายได้ จากนั้นก็ได้เดินจากไป ตนได้ยินดังนั้นถึงกับน้ำตาร่วง และมานั่งอยู่ในหลุมแอบดูคนร้ายขโมยมะขาม ด้วยความช้ำใจ กระทั่งเวลาประมาณตี 2 คนร้ายก็ออกจากพื้นที่ไปพร้อมด้วย มะขามหวาน เป็นจำนวนมาก พอรุ่งเช้าตนจึงเดินทางไปที่ สภ.ชนแดน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ซึ่งได้เดินทางมาเก็บภาพและหลักฐาน แต่หลังจากวันนั้นก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย
หลังจากนั้นคนร้ายก็ยังแอบมาขโมยอีกหลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะที่คนร้ายกำลังปีนเก็บมะขามหวานกลางดึก ตนได้จุดประทัดไล่ คนร้ายตกใจตกลงมาจากต้นมะขามได้รับบาดเจ็บและวิ่งหนีไป ตนไม่กล้าวิ่งตามเพราะเกรงว่าจะมีคนร้ายหลายคนและกลัวว่าคนร้ายจะมีอาวุธด้วย จึงได้ไปตามญาติให้นำรถมาขับตามหา แต่ก็ไม่พบ ซึ่งตนก็พอจะรู้ว่าคนร้ายเป็นใคร หลังจากที่ตนไปแจ้งความร้องทุกข์ ชายคนที่ตนสงสัยก็ได้หายออกจากหมู่บ้านไป และนอกจากนั้นก็ยังมีการส่งข้อความมาขู่ภรรยาตนอีกด้วย
รวมมะขามที่ถูกขโมยไปน่าจะประมาณ 3,000-4,000 กิโลกรัม เท่ากับจำนวนของแต่ละปีที่ตนจะเก็บได้ ส่วนที่เหลือกำลังจ้างคนงานมาเก็บคาดว่าน่าจะเหลือไม่ถึง 1,000 กิโลกรัม ขายคงไม่พอค่าเช่าแน่ ซึ่งในปีนี้มะขามหวานผลผลิตและราคาค่อนข้างดี กิโลกรัมละ 40-50 บาท
นอกจากมะขามหวานแล้ว คนร้ายก็ยังใช้โอกาสที่ตนออกไปทำธุระข้างนอก มาขโมยข้าวโพดที่ตากไว้เพื่อที่จะนำไปขายให้กับคนเลี้ยงไก่ หายไปเกือบ 1,000 กิโลกรัม ตอนนี้เหลือติดอยู่แค่ก้นเล้าเท่านั้นเอง จึงอยากจะฝากเตือนเกษตรกรและชาวสวนให้ดูแสสวนมะขามให้ดีๆ อีกทั้งวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว