ศาลฎีกา ยกคำร้อง ปชน. เปลี่ยนตัว “เท่าพิภพ” สมัครเลือกตั้ง สส. ชี้ ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง

ศาลฎีกา ยกคำร้อง ปชน. เปลี่ยนตัว “เท่าพิภพ” สมัครเลือกตั้ง สส. ชี้ ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง

View icon 210
วันที่ 30 ม.ค. 2569 | 15.25 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ได้ไปต่อ! ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ยกคำร้อง ปชน. เปลี่ยนตัว “เท่าพิภพ” ลงสมัครเลือกตั้ง สส.เขตบางกอกน้อย ชี้ ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง

วันนี้ (30 ม.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง นัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดําที่ ลต สสข 12/2569 และคดีหมายเลขแดงที่ ลต.สสข.10/2569 ที่นายสุรชัย นิวาสพันธุ์ ทนายความยื่นคำร้องกรณีที่นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางกอกน้อย พรรคประชาชน ซึ่งสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.แบบแบ่งเขตของพรรคประชาชน ได้ลาออกจากพรรค ทางพรรคประชาชนจึงส่งนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตดังกล่าวแทน

ผู้ร้องยื่นคําร้องว่า ผู้ร้องเป็นทนายความและประชาชน กรณีที่นายบุญฤทธิ์ ซึ่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคประชาชน ลาออกจากพรรค แล้วทางพรรคส่งนายเท่าพิภพ ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ทั้งที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่าย ไม่มีสิทธิมาถอนการสมัครรับเลือกตั้ง หรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 87 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561มาตรา 52 ขอให้มีศาลฎีกา มีคําสั่งตามที่เห็นสมควร

ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ตรวจคําร้องและเอกสารประกอบคําร้องแล้ว เห็นว่า คดีพอวินิจฉัยโดยไม่จําต้องไต่สวนพยานหลักฐาน ให้งดการไต่สวน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคําร้องหรือไม่ เห็นว่า ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ให้ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัย 3 กรณี กล่าวคือ

กรณีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ไม่รับสมัครหรือไม่ประกาศรายชื่อบุคคลใดเป็นผู้สมัคร บุคคลนั้นมีสิทธิยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาให้สั่งเพิ่มชื่อได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ไม่รับสมัคร หรือนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อ ตามมาตรา 49

กรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือผู้สมัครผู้ใดยื่นคําร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ผู้มีชื่อในประกาศรายชื่อ ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยให้ถอนการรับสมัคร ผู้นั้นมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ คําวินิจฉัยดังกล่าวต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ถูกถอนการรับสมัคร ตามมาตรา 51 วรรคสอง

และกรณีก่อนวันเลือกตั้ง หากผู้อำนวยการการเลือกตั้งตรวจสอบพบว่า ผู้สมัครผู้ใดไม่มีสิทธิสมัครให้ยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาให้สั่งถอนชื่อผู้นั้นออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร ตามมาตรา 52

การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า กรณีที่นายบุญฤทธิ์ ซึ่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคประชาชน ลาออกจากพรรคแล้วทางพรรคส่งนายเท่าพิภพ ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ทั้งที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายไม่มีสิทธิถอนการสมัครรับเลือกตั้ง หรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 87 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 52 นั้น ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมายที่ให้อำนาจศาลฎีกาวินิจฉัยดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องนี้ต่อศาลฎีกา จึงมีคําสั่งให้ยกคําร้อง