วันนี้ (30 ม.ค 69) ผู้บริหารสำนักการศึกษาและสำนักงานเขตบางพลัด ลงพื้นที่โรงเรียนวัดวิมุตยาราม เขตบางพลัด เพื่อติดตามการดำเนินงานห้องเรียนปลอดฝุ่น อุปกรณ์ป้องกันฝุ่น และมาตรการดูแลสุขภาพนักเรียน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนต้นแบบของ กทม. ในการรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5
ภายในโรงเรียน มีการจัดการเรียนการสอนในห้องระบบปิด ติดตั้งเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศตามมาตรฐาน พร้อมจัดพื้นที่ Safe Zone สำหรับรองรับนักเรียนในช่วงค่าฝุ่นสูง มีการติดตั้งตู้ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในโรงเรียน และใช้สัญลักษณ์ธงสีแสดงระดับคุณภาพอากาศ
เพื่อสื่อสารสถานการณ์ให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองรับรู้แบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกันยังเสริมมาตรการลดฝุ่น อาทิ การพ่นม่านน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และงดกิจกรรมกลางแจ้งทันทีเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน
โดย กทม. ระบุว่า ปัจจุบันได้จัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นสำหรับนักเรียนอนุบาลแล้วกว่า 83% จากห้องเรียนอนุบาลทั้งหมด 2,196 ห้อง และตั้งเป้าให้แล้วเสร็จครบ 100% ภายในปีงบประมาณ 2569 ขณะเดียวกัน โรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ได้จัดตั้งห้อง Safe Zone อย่างน้อยแห่งละ 1 ห้อง เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกันในกรณีเกิดสถานการณ์ฝุ่นรุนแรง พร้อมเตรียมขยายห้องปลอดฝุ่นเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนกลุ่มเปราะบางในลำดับถัดไป
ในด้านการบริหารจัดการ โรงเรียนสังกัด กทม. ใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งระบบ มีแนวทางปฏิบัติชัดเจนตามระดับค่าฝุ่น ตั้งแต่การงดกิจกรรมกลางแจ้ง การปรับรูปแบบการเรียนการสอน ไปจนถึงการพิจารณาปิดสถานศึกษาเป็นการชั่วคราวเมื่อสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติ พร้อมทั้งสื่อสารข้อมูลให้ผู้ปกครองรับทราบอย่างต่อเนื่อง และแจกหน้ากากอนามัยให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกัน
ควบคู่กับการดูแลสุขภาพ กทม. ยังเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการศึกษา ผ่านการขับเคลื่อน “ห้องเรียนดิจิทัล (Digital Classroom)” ตามนโยบายกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งยกระดับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยนำแพลตฟอร์มดิจิทัลและเทคโนโลยี AI มาเสริมกระบวนการเรียนรู้ ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างเท่าเทียมและปลอดภัย