หนุ่มวัย 25 เมาแล้วขับกระบะพุ่งชนท้ายรถเก๋งที่เดินทางมาช่วยงานบวช จนพลิกคว่ำข้ามเกาะกลางถนน คนขับเก๋งบาดเจ็บ ส่วน ผดส.นั่งข้างคนขับเก๋ง กระเด็นออกจากตัวรถ ก่อนจะเสียชีวิต คนขับรถกระบะ เล่า จำอะไรไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็ชนแล้ว
วันนี้ (31 ม.ค. 69) เมื่อเวลา 00.30 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.เตชาศักดิ์ แจ่มจำรุณ พนักงานสอบสวน สภ.ภาชี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันบริเวณถนนสายภาชี–นครหลวง หมู่ 7 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 1 คน จึงประสานอาสากู้ภัยมูลนิธิพุธไธสวรรค์ เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
ณ ที่เกิดเหตุพบเศษกระจกและร่องรอยการเฉี่ยวชนไถลเป็นทางยาวกว่า 15 เมตร พบรถยนต์เก๋ง นิสสัน อัลเมร่า สีแดง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สภาพถูกชนท้ายอย่างแรงจนรถพลิกคว่ำข้ามเกาะกลางถนน พังเสียหายยับเยิน และถุงลมนิรภัยทำงาน และพบรถกระบะ อีซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียนพระนครศรีอยุธยา สภาพด้านหน้ารถมีร่องรอยการชนอย่างรุนแรง ฝากระโปรงยุบ
จากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ นางสาวธิดารัตน์ อายุ 28 ปี ผู้โดยสารนั่งข้างคนขับรถเก๋ง กระเด็นออกจากตัวรถและถูกรถทับ อาการสาหัส ทางอาสากู้ภัยได้ช่วยปฐมพยาบาลและทำการปั๊มหัวใจเบื้องต้น ก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลภาชี และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนขับรถเก๋งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ทาง นายชัยณรงค์ อายุ 25 ปี เป็นคนขับรถกระบะ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัด นั่งทรงตัวแทบไม่อยู่ ให้การว่า ทำงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี หลังเลิกงานได้ดื่มสุรากับเพื่อน ก่อนขับรถกลับบ้านที่พระนครศรีอยุธยา และตนไม่สามารถจำเหตุการณ์ขณะเกิดอุบัติเหตุได้ ทราบอีกครั้งคือรถพุ่งชนท้ายรถเก๋งแล้ว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พบว่าสูงถึง 154 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ด้าน นางสาวปวีณา อายุ 28 ปี เพื่อนของผู้บาดเจ็บ ให้ข้อมูลว่า กลุ่มของตนเดินทางมาช่วยงานบวชในพื้นที่ ต.กระจิว อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเลิกงานเลี้ยงกำลังเดินทางกลับรีสอร์ต โดยรถเก๋งคันเกิดเหตุมีชายอายุ 28 ปี เป็นผู้ขับขี่ และมีผู้ตายนั่งมาด้วย ระหว่างทางรถได้เลยทางเข้ารีสอร์ต จึงขับไปเพื่อกลับรถ จากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุถูกรถกระบะพุ่งชนท้ายอย่างแรง จนรถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำข้ามเกาะกลางถนน
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัว นายชัยณรงค์ ไปสอบปากคำที่ สภ.ภาชี และจะดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาเมาแล้วขับ เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.ภาชี ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายชัยณรงค์ คนขับรถกระบะ ในความผิดฐาน ขับรถในขณะเมาสุรา เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ขับรถในขณะมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบว่าสูงถึง 154 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์